บรูโน่แอสซิสต์-อิกาโล่ซัดเปิด!แมนยูบุกถล่มแอลเอเอสเคคาถิ่นศึกยูโรปาลีก

 

บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลสุดเหนือชั้นให้ โอเดียน อิกาโล่ ยิงประตูแรกของเกมช่วยให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถล่ม แอลเอเอสเค คาบ้าน 5-0 ในศึก ฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2019/20 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2019/20
(รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก)
วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2563
แอลเอเอสเค ลินซ์ (ออสเตรีย) 0   –   5 แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

สนาม : ลินเซอร์ สตาดิโอน

    "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผลงานกำลังท็อปฟอร์มมาในระบบ 4-2-3-1 มีการปรับตัวผู้เล่นจากคาดการณ์เล็กน้อย โดยใช้ เซร์คิโอ โรเมโร่ ยืนเฝ้าเสา

    ขณะที่แผงหลัง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ เอริก ไบยี่ ยืนคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ขนาบข้างซ้ายเป็น ลุค ชอว์ แบ็กจอมบุก และฝั่งขวา เบรนดอน วิลเลียม ได้รับโอกาสลงตัวจริง

 

 

  ด้านกองกลาง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ที่ดูเหมือนจะลงตัวถูกจับให้ต่ำลงมายืนหนุน 3 แข้ง ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ แดเนียล เจมส์ ปล่อยให้ โอเดียน อิกาโล่ ยืนหน้าเป้ารอสังหารประตู

    นัดนี้ปิดสนามไม่ให้ผู้ชมเข้าตามเชียร์ทีมรักในสนามแข่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

    เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 5 แมนยู ได้ทักทายก่อนโดยการทำเกมของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส พลิกหลอกผู้เล่นเจ้าถิ่นแล้วไหลงามๆ ให้ เฟร็ด ที่วิ่งมาหวดแบบไม่จับบริเวณกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลา แต่ดันวางเท้าไม่ดีบอลหลุดออกข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

 

    นาทีที่ 13 แอลเอเอสเค ตอบโต้ขึ้นมาบ้าง ฌูเอา เคลาส์ ดาวยิงตัวเก่งประจำทีมกระชากบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษแมนยู เจ้าตัวทำท่าจะพาบอลพลิกเข้าไปยิงแต่ถูก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ใช้ความแข็งแกร่งเบียดล้มลงและปล่อยให้บอลไหลออกหลังไป โดยที่ อาร์ตูร์ โซอาเรส ดิอาซ ผู้ตัดสินชาวโปรตุเกส ที่ตามติดเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดไม่ได้ว่าอะไรแถมยังกวักมือให้ เคลาส์ ลุกขึ้นเล่นต่อไป

    นาทีถัดมาผีแดงสวนกลับขึ้นมาอีกครั้งก่อนได้จบจังหวะสุดท้ายด้วยการยิงไกลระยะเกือบ 30 หลาของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่ทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานไปไกล

    แมนยูพลาดโอกาสทำประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดายในนาทีที่ 18 เมื่อเปิดเกมบุกขึ้นมาทางฝั่งขวาบอลไปอยู่ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นก่อนถูก อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ นายด่านเจ้าถิ่นออกมาปัดบอลในจังหวะแรกแต่ยังไม่พ้นเขตอันตรายกระดอนไปเข้าทาง ฆวน มาต้า ที่ได้ยืนกดเน้นๆ ด้วยเท้าซ้ายไม่ถึง 10 หลาแต่เจ้าตัวกลับแปไปติดขาผู้เล่นเจ้าบ้านบอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

    ต่อเนื่องจังหวะดังกล่าว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายไปเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่เติมขึ้นมาโขกแต่กดไม่ลงบอลหลุดออกหลังไปอีกครั้ง

    นาทีที่ 24 แมนยู ได้ลุ้นอีกครั้ง มาต้า ส่งบอลให้ แดเนียล เจมส์ ตั้งป้อมเลือกมุมซัดเหน่งๆ ในกรอบเขตโทษแอลเอเอสเคแต่ถูกปฏิเสธสกอร์โดย ชลาเกอร์ ที่ยังล้มตัวปัดบอลด้วยปลายมือออกไปได้อีกครั้ง

    ทัพอสูรแดงขึ้นนำ 1-0 จนได้นาทีที่ 28 โดย โอเดียน อิกาโล่ ที่รับบอลจากการเปิดไซด์ก้อยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อน อิกาโล่ โชว์ความเหนือชั้นในการพักบอลก่อนปล่อยให้ตกพื้นหนึ่งจังหวะแล้วเจ้าตัวไม่รอช้ากดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งดุจจรวดเสียบสามเหลี่ยมมุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างสุดสวย ทำเอา ชลาเกอร์ ผู้รักษาประตูเจ้าได้แต่ยืนมองด้วยสายตาเท่านั้น

   ผ่านมาถึงนาทีที่ 38 ฌูเอา เคลาส์ ดาวยิงแอลเอเอสเค โดยใบเหลืองเหตุเพราะไปยกเท้าค้างแล้วย้ำใส่ท้อง เฟร็ด

    2 นาทีถัดมา แอลเอเอสเค ได้ลุ้นทวงประตูคืนเมื่อเปิดเกมรุกขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนเปิดยัดเข้ามาในเขตโทษแมนยูเป็น แม็กไกวร์ ที่พยายามขึ้นโหม่งเคลียร์แต่บอลกลับเลยไปทางเสาไกลเข้าทาง โดมินิค ไฟร์เซอร์ ได้ตั้งป้อมกดเน้นๆ แต่ยังดีที่ เอริก ไบยี่ ตามมาล้มตัวสกัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่ 42 แมนยูเปิดเกมบุกขึ้นมาอีกครั้งและได้จบที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส โดยเจ้าตัววิ่งเข้ามากดด้วยเท้าขวา ทิศทางดี แต่น้ำหนักเบาเกินไปทำให้ ชลาเกอร์ พุ่งรับเข้ามือไว้ไร้ปัญหา

    จบครึ่งเวลาแรก แมนยู บุกมานำ แอลเอเอสเค 1-0

    มาลุ้นต่อครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 47 แอลเอเอสเค ได้ฟรีคิกทางฝั่งขวาระยะประมาณ 19 หลา เป็น ปีเตอร์ มิโชรล รับหน้าที่ยิงแต่ดันซัดไปติดกำแพงผีแดงบอลกระดอนออกไปหมดลุ้น

    นาทีที่ 51 แมนยู บุกขึ้นมาทางฝั่งขวาโดยการเติมเกมของ ลุค ชอว์ ก่อนเปิดยัดเข้าไปในเขตโทษบอลไปถึง มาต้า ที่วิ่งเข้ามาแปด้วยเท้าขวาดูเหมือนเจ้าตัวจะยิงไม่ได้จังหวะส่งผลให้บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

    นาทีที่ 56 แมนยู ที่ครองเกมได้มากกว่าได้โอกาสลุ้นอีกครั้ง อิกาโล่ ได้เปิดบอลทางฝั่งขวาเกือบสุดริมเส้นย้อนมาให้  สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่วิ่งเข้ามาซัดเต็มข้อบอลพุ่งแรงหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 58 ทัพอสูรแดงนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะส่งบอลของ อิกาโล่ มาให้ แดเนียล เจมส์ ทางฝั่งขวาก่อน เจมส์ ใช้ความเร็วกระชากพาบอลจี้เข้าหากรอบเขตโทษ แอลเอเอสเค ก่อนโยกหลอกแข้งเจ้าบ้านแล้วกดด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างเหนือชั้น

    นาทีที่ 62 แมนยู พลาดได้ประตูที่สามไปอย่างน่าเสียดายจากจังหวะจ่ายบอลสุดเหนือชั้นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ใช้ข้างเท้าตวัดบอลแบบไม่มองไปให้ อิกาโล่ หลุดเดียวเข้าไปแปบอลจ่อๆ แต่เทพีแห่งโชคชะตาไม่เข้าข้างบอลเจ้ากรรมดันไปชนเสากระเด้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำเอา อิกาโล่ ถึงกับกุมขมับกันเลยทีเดียว

 

    เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 71 โซลชา เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกให้ทัพผีแดงโดยส่ง ทาฮิธ ชอง กองกลางดาวรุ่งชาวดัตช์ แล้วถอด แดเนียล เจมส์ ผู้ผลิตสกอร์ที่สองออกไปพัก

    นาทีที่ 75 แอลเอเอสเค ที่มีโอกาสบุกอันน้อยนิดพยายามทวงประตูคืนโดย ฌูเอา เคลาส์ ดาวยิงตัวความหวังได้ตั้งป้อมหวดไกลระยะเกือบ 30 หลาบอลพุ่งหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลา ทำเอา เซร์คิโอ โรเมโร่ นายด่านผีแดงถึงกับต้องผวาตัวเพื่อเช็กระยะกันเลยทีเดียว

    นาทีที่ 78 แมนยูเปลี่ยนผู้เล่นคนที่สองโดยถอด บรูโน่ แฟร์นันด์ส ออกแล้วส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงเล่นแทน

    แมนยูได้ประตูนำห่าง 3-0 นาทีที่ 82 จากจังหวะผ่านบอลสุดเหนือชั้นของ เฟร็ด ให้ ฆวน มาต้า หลุดเข้าไปแปบอลสวนตัว ชลาเกอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาทีที่ 85 โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา เปลี่ยนแข้งคนสุดท้ายโดยส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงมาแทน โอเดียน อิกาโล่ ผู้ซัดประตูเบิกร่องในเกมนี้

    ช่วงทดเวลานาทีที่ 90+1 แมนยู ได้ประตูนำขาด 4-0 โดย ทาฮิธ ชอง ส่งบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด กระชากลากจี้ก่อนซัดมุมแคบบอลชนโคนเสาเข้าไปไม่เหลือซาก

    ยังไม่พอแค่นั้น นาทีที่ 90+3 แมนยู มาได้ประตูตอกฝาโลง 5-0 จากการซัดไกลเกือบ 35 หลาของ อันเดรียส เปเรยร่า ที่ดูจากภาพช้าแล้วจะเห็นได้ว่าบอลพุ่งส่ายก่อนมุดลงพื้นกระดอนหนีมือ ชลาเกอร์ เสียบมุมเข้าไปนับเป็นประตูสุดสวยอีกเม็ดหนึ่งในเกมนี้

     จบเกม "ปีศาจแดง" แมนยูไนเต็ด บุกมาถล่ม แอลเอเอสเค ลินซ์ ถึงบ้านขาดลอย 5-0 เก็บความได้เปรียบไว้ค่อนข้างเยอะ ก่อนจะกลับกลับมาเล่นต่อนัดสองที่ โอลด์แทร็ฟฟอร์ด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    แอลเอเอสเค ลินซ์ (3-4-2-1) : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ – คริสเตียน รามเซ็บเนอร์, เกอร์โนต์ เทราเนอร์, ไรน์โฮลด์ รานฟ์เทิ่ล – เจมส์ ฮอลแลนด์ (สเตฟาน เฮาดัม น.76), ปีเตอร์ มิโชรล, เรเน่ เรนเนอร์, โดมินิค ไรเตอร์ – โดมินิค ไฟร์เซอร์ (ฮูเซียน บาลิค น.71), ซามูเอล เทตเตย์ (มาร์โก รากุซ น.61) – ฌูเอา เคลาส์
    เทรนเนอร์ : วาเลอเรียง อิสมาแอล

 

   แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – เบรนดอน วิลเลียมส์, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส (อันเดรียส เปเรยร่า น.78), แดเนียล เจมส์ (ทาฮิธ ชอง น.71) – โอเดียน อิกาโล่ (เมสัน กรีนวู้ด น.85)
    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : อาร์ตูร์ โซอาเรส ดิอาซ (โปรตุเกส)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s