ขอเงินจากรัฐไม่ใช่ประเด็นฉาวแรก! ย้อนดูดราม่าระหว่าง เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กับ ลิเวอร์พูล

ช่วง 3-4 ปีหลังสุดถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับสโมสรฟุตบอลที่ชื่อว่า ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน, กำลังมีโอกาสที่จะได้แชมป์ลีกในซีซั่นนี้จนทำให้การรอคอยที่ยาวนาน 30 ปีจบลงสักที, กำลังมีทีมที่เชื่อกันว่าจะนำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างต่อเนื่อง, กำลังจะมียุคทองทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม, มีกุนซือที่ทั้งเก่งและอัธยาศัยดีชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้รับคำชมจากคนทั่วโลก ฯลฯ
    โชคชะตาช่างเล่นตลก ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงนั่งรอแชมป์ลีกที่อยู่ห่างออกไปแค่ประมาณ 2 ก้าวเท่านั้น หลังจากที่ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีก ถูกสั่งระงับการแข่งขันเพราะปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งแค่นั้นมันก็ถือเป็นเรื่องที่ทำให้คนที่เกี่ยวข้องกับ ลิเวอร์พูล ต้องเซ็งกันนิดๆ อยู่แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ใครจะนึกว่านอกจากทำให้ ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้แชมป์ลีกมาครองอย่างเป็นทางการแล้วนั้น เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสโมสรด้วย หลังจากที่ไม่นานมานี้ "หงส์แดง" ประกาศว่าพวกเขาขอใช้มาตรการพักงานพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านฟุตบอล พร้อมกับจะให้รัฐบาลของสหราชอาณาจักรช่วยจ่ายค่าเหนื่อยของพนักงานเหล่านั้นเป็นจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์จากค่าเหนื่อยทั้งหมดแทนพวกเขา ตามที่ภาครัฐออกมาตรการเมื่อก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ทางสโมสรจะจ่ายให้เอง

    ไม่ได้มีแค่แฟนบอลของทั้ง ลิเวอร์พูล และกองเชียร์ของทีมอื่นๆ เท่านั้นที่ไม่พอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ แม้กระทั่งอดีตแข้งของทีมอย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์, แดนนี่ เมอร์ฟี่ หรือ ดีทมาร์ ฮามันน์ ก็ออกโรงจวกอดีตต้นสังกัดของพวกเขาเช่นกัน เพราะที่จริง ลิเวอร์พูล มีการเงินมากพอที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้พนักงานเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งเงินจากรัฐบาลเลย และควรจะปล่อยให้ทีมที่มีปัญหาด้านการเงินจริงๆ หรือบริษัทอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในวิกฤติได้ใช้มาตรการนี้มากกว่า

 


 

    แน่นอนว่าคนของฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่โดนด่าจากกรณีนี้มากที่สุดไม่ใช่บรรดานักเตะหรือ คล็อปป์ แต่เป็น เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกที่เป็นเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมา เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป อุตส่าห์ซื้อใจเหล่า "เดอะ ค็อป" ได้แล้วแท้ๆ จากการที่พวกเขาบริหารงานได้ดัหลายด้านจนทำให้ทีมมีผลงานในสนามที่น่าประทับใจ

    ถึงกระนั้น ประเด็นการรับเงินจากภาครัฐในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องฉาวเรื่องแรกที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป จุดประเด็นร้อนในฐานะเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล โดยวันนี้เราจะมาย้อนถึงตัวอย่างที่เด่นๆ สัก 3 เรื่องกัน

    – ใช้คำไม่เหมาะสม
    สำหรับทีมกีฬาทุกชนิดแล้วนั้น แฟนๆ ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญ หากขาดพวกเขาไปทีมก็จะขาดกำลังใจที่ดีจนอาจจะส่งผลเสียกับเรื่องฟอร์มการเล่นได้ ในทางกลับกัน หากมีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มแล้วนั้น ทีมต่างๆ ก็อาจจะฮึกเหิมขึ้นจนเล่นได้เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ กีฬาฟุตบอลเองก็เป็นอย่างนั้น

 


 

    ถึงกระนั้น เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป กลับเคยทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล เดือดดาลสุดขีดมาแล้ว หลังจากที่พวกเขาใช้สโลแกนตรงหัวข้อการขายและการนำเสนอว่า "เปลี่ยนแฟนบอลให้เป็นลูกค้า" โดยที่ด้านข้างก็มีตราสโมสร ลิเวอร์พูล แปะหราอยู่

    แน่นอน ถ้ามองในด้านธุรกิจ มันเป็นประโยคที่ฟังดูเก๋ไก๋ แต่สำหรับ "เดอะ ค็อป" บางส่วนแล้วนั้น พวกเขารู้สึกว่าประโยคนี้มันเป็นการดูหมื่นพวกเขา และเหมือนกับถูกสโมสรมองว่าพวกเขาเป็นเพียงสินค้าชนิดหนึ่ง ซึ่งในภายหลัง เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ก็เปลี่ยนประโยคเป็น "เปลี่ยนผู้บริโภคให้เป็นแฟนบอล" แทน

    – ค่าตั๋ว
    แฟนบอลแทบทุกทีมจะมีอารมณ์ร่วมกับทีมรักสูงอยู่แล้ว เวลารักก็จะรักเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เวลาโกรธก็จะโกรธเกินขีดจำกัด "เดอะ ค็อป" เองก็เป็นหนึ่งในแฟนบอลที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นกลุ่มแฟนบอลที่มีอารมณ์ร่วมสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลกเหมือนกัน

 


 

    ในช่วงหนึ่งของฤดูกาล 2015-16 เอฟเอสจี เปิดเผยว่าพวกเขาคิดที่จะขึ้นค่าตั๋วในฤดูกาลต่อไป ยกตัวอย่างเช่น ตั๋วที่แพงที่สุดในแต่ละเกมนั้น จะเพิ่มจากใบละ 59 ปอนด์ (ประมาณ 2,360 บาท) ไปเป็น 77 ปอนด์ (ประมาณ 3,080 บาท) ส่วนตั๋วปีที่แพงที่สุดก็จะพุ่งจาก 869 ปอนด์ (ประมาณ 34,760 บาท) ไปเป็น 1,029 ปอนด์ (ประมาณ 41,160 บาท) เป็นต้น

    เรื่องดังกล่าวทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางส่วนเดือดดาลสุดๆ และมันก็ทำให้พวกเขาประท้วงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรุนแรงในเกมที่ทีมรักเปิดรัง แอนฟิลด์ เจอกับ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2016 ทั้งการทำป้ายที่มีข้อความอย่างเช่น "ฟุตบอลที่ไม่มีแฟนก็ถือว่าไร้ค่า", การโบกสะบัดธงสีดำขนาดใหญ่ และการเดินออกจากสนามราว 10,000 คน ในนาทีที่ 77

 


 

    ผลเสมอ 2-2 ในวันนั้นกลายเป็นประเด็นรองไปเลย จนสุดท้าย เอฟเอสจี ก็ยอมยกเลิกแผนการขึ้นค่าตั๋ว และทำให้กูรูหลายคนถึงขั้นออกมาบอกว่ามันคือ "ชัยชนะของพลังแห่งแฟนบอล"

    – ปัญหาจดทะเบียนการค้า
    สำหรับนักธุรกิจแล้วนั้น การจดทะเบียนการค้าถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากทำได้มันก็จะช่วยทำให้กิจการของพวกเขาสามารถทำรายได้จากสิ่งที่เอาไปจดทะเบียนได้แต่เพียงผู้เดียว พร้อมกับช่วยลดจำนวนของปลอมที่วางขายตามที่ต่างๆ ด้วย

    เอฟเอสจี ก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน ดังนั้นเมื่อราวกลางปีก่อนพวกเขาเลยผุดไอเดียที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "Liverpool" โดยหากทำสำเร็จแล้วนั้น รายได้จากสินค้าและบริการทุกอย่างที่มีคำว่า "Liverpool" ผสมอยู่ ก็จะถูกมอบให้กับสโมสรสถานเดียว จนเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเจ้าของชื่อ "Liverpool"

    อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าของชื่อ "Liverpool" ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน เพราะคำว่า "Liverpool" มันไม่ได้เป็นเพียงชื่อของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อเมืองด้วย จนทำให้ เดอะ ค็อป บางคนมองว่าสโมสรจะอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของชื่อเมืองไปด้วย และมันไม่ควรเอาชื่อเมืองไปหากินแบบนี้

    แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะเคยชี้แจงว่าการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งนี้มันจะถูกนำไปใช้กับสินค้าในวงการฟุตบอลเท่านั้น และทีมฟุตบอลท้องถิ่นที่มีคำว่า "Liverpool" อยู่ด้วยไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะทำผิดกฎหมาย แต่ฝั่งแฟนบอลก็ยังโมโหกับไอเดียนี้อยู่ดี ซึ่งสุดท้ายการยื่นคำร้องดังกล่าวของยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ก็โดนปัดตกไป

 


 

    จะเห็นได้ว่ามีหลายครั้งที่ เอฟเอสจี จุดประเด็นร้อนเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล ขึ้นมาด้วยมุมมองด้านธุรกิจ แต่ในทางกลับกัน มันก็มีบางครั้งที่พวกเขายอมเปลี่ยนใจอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แฟนบอลโมโหมากไปกว่านี้เช่นกัน อย่างเช่นประเด็นการเปลี่ยนสโลแกน และการยกเลิกการขึ้นค่าตั๋ว

    ดังนั้นเชื่อได้ว่า "เดอะ ค็อป" หลายคนก็คงหวังว่าคนใหญ่คนโตของทีมจะเปลี่ยนใจเรื่องมาตรการขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นกัน ไม่อย่างนั้นแล้วแชมป์ลีกที่พวกเขารอคอยมาเนิ่นนานก็อาจจะมีเรื่องร้ายๆ มาผสมปนเปจนทำให้เกิดด่างพร้อยขึ้นมาได้ ทั้งที่มันควรจะเป็นแชมป์แห่งความทรงจำที่วิเศษแท้ๆ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s