เอ็มบั๊ปเป้ จะลบล้างคำสาป ? ย้อนดูอาถรรพ์ ลิเวอร์พูล กับแข้งชาวฝรั่งเศส

มันไม่น่าแปลกใจอะไรที่ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตลอดช่วงหลายเดือนก่อน เพราะดาวเตะวัย 21 ปีมีผลงานที่สุดยอดจากการทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และยังเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ด้วย
    กระแสข่าวระหว่าง เอ็มบั๊ปเป้ กับ ลิเวอร์พูล รุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงที่มีการลือว่า "หงส์แดง" กำลังจะเซ็นสัญญากับ ไนกี้ เพราะมันหมายความว่า ลิเวอร์พูล จะมีงบเสริมทัพให้ใช้มากขึ้น และสุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็จับมือกับ ไนกี้ จริงๆ และไม่นานมานี้ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษก็ลือว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล กำหนดให้ เอ็มบั๊ปเป้ เป็นตัวแทนของ ซาดิโอ มาเน่ ถ้าหากพวกเขาต้องเสียดาวเตะชาวเซเนกัลให้กับ เรอัล มาดริด ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ถ้าจะบอกว่าที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ไม่ถูกโฉลกกับดาวเตะสัญชาติฝรั่งเศสมันก็คงไม่ผิดนัก เพราะบทสรุปของนักเตะชาวฝรั่งเศสกับ ลิเวอร์พูล มักจะจบลงแบบไม่สวยอยู่เสมอ และนี่คือตัวอย่างของแข้งเหล่านั้น

    – บรูโน่ เชย์รู
    "นิว ซีดาน" คือฉายาที่ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ตั้งให้กับ เชย์รู ในตอนที่ดึงเขามาจาก ลีลล์ ได้เมื่อปี 2002 ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่ตอนนั้น อุลลิเย่ร์ จะมีความเชื่อแบบนั้น เพราะว่า เชย์รู เล่นได้โดดเด่นกับ ลีลล์ ด้วยการทำไป 32 ประตู จากการลงเล่นในทุกรายการ 111 นัด ทั้งที่เพิ่งขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้เมื่อปี 1998 แถมเขายังเคยทำประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ด้วย

 


 

    อย่างไรก็ตาม ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ที่ ลิเวอร์พูล เสียไปให้กับ เชย์รู ก็กลายเป็นเงินที่ไม่คุ้มค่าเอาซะเลย เชย์รู ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งอันคงเส้นคงวาตามที่ถูกคาดหวังได้ จนสุดท้ายได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปเพียง 48 นัดในทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 5 ประตูเท่านั้น โดยในช่วงที่มีสัญญากับ ลิเวอร์พูล เขาเคยโดนปล่อยให้ โอลิมปิก มาร์กเซย กับ บอร์กโดซ์ ยืมตัวไปใช้งานด้วย ก่อนที่จะบอกลาทีมในปี 2006 เพื่อไปอยู่กับ แรนส์

    – นิโกล่าส์ อเนลก้า
    ในฤดูกาล 2001-02 ลิเวอร์พูล ตัดสินใจยืม อเนลก้า มาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยที่ อุลลิเย่ร์ หวังว่าหัวหอกเลือดน้ำหอมจะหาฟอร์มเก่งเมื่อสมัยอยู่กับ อาร์เซน่อล เจอ และช่วยทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้

 


 

    น่าเสียดายที่เขาทำอย่างนั้นไม่สำเร็จ อเนลก้า ทำประตูในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ได้เพียง 5 ลูก จากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ สุดท้ายแล้ว อุลลิเย่ร์ ก็ไม่ซื้อขาดเขา โดยหลังจากนั้น อเนลก้า ได้ไปเล่นให้ทีมอื่นใน พรีเมียร์ลีก อย่างเช่น แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี พร้อมกับทำประตูได้ดีในระดับหนึ่งด้วย

    – อ็องโตนี่ เลอ ตัลเล็ก
    อีกหนึ่งแข้งชาวฝรั่งเศสที่ อุลลิเย่ร์ ดึงมาอยู่กับทีม เลอ ตัลเล็ก ได้รับการจับตามองตอนอยู่กับอะคาเดมี่ของ เลอ อาฟร์ แถมยังทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นเล็กทั้งชุดที่เป็นรองแชมป์ศึก ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในปี 2001 กับทีมชุดแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปีเดียวกันด้วย

 


 

    อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ในปี 2001 แล้วนั้น เลอ ตัลเล็ก ก็แทบจะไม่มีช่วงเวลาที่น่าประทับใจในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล เลย โดยเขาเคยต้องตระเว้เล่นแบบยืมตัวกับ แซงต์ เอเตียน, ซันเดอร์แลนด์, โซโชซ์ และ เลอ ม็องส์ ด้วย ก่อนที่ เลอ ม็องส์ จะซื้อขาดเขาในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2008

    – ฌิมี่ ตราโอเร่
    แม้ว่า ตราโอเร่ จะเล่นให้กับทีมชาติมาลี แต่เดิมทีเขาเกิดที่หน่วยการปกครองท้องถิ่นแซงต์-อีน-ซูร์-เซน ประเทศฝรั่งเศส โดยที่เขาย้ายจาก ลาวัล ทีมในฝรั่งเศส มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 1999

 


 

    แม้ว่าจะมีดีกรีเป็นแชมป์ แชร์ริตี้ ชิลด์ 1 สมัย, ลีก คัพ 1 ครั้ง, เอฟเอ คัพ 1 หน รวมถึงได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2004-05 ร่วมกับ ลิเวอร์พุล แต่ ตราโอเร่ ก็ได้ลงเล่นในระดับเกิน 25 นัดในทุกรายการให้กับทีมเพียงแค่ 2 ซีซั่น และแน่นอน สิ่งที่ "เดอะ ค็อป" หลายคนยังจำได้ไม่ลืมก็คือ "ตราโอเร่ เทิร์น" อันเลื่องชื่อของเขา ที่เป็นการทำเข้าประตูตัวเองในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2005 โดยมันเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนั้นด้วย ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบอย่างรวดเร็ว

    – ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์
    ปงโกลล์ ย้ายจาก เลอ อาฟร์ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2001 หรือก็คือช่วงเดียวกัลบ เลอ ตัลเล็ก นั่นเอง โดยทั้งคู่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และเขาก็ถึงขั้นเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 2001 ด้วย หลังจากในรายการนั้นเขาทำได้ 9 ประตู จนเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ และช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดนั้นได้แชมป์ไปครอง

 


 

    ที่จริงในช่วงแรกๆ ปงโกลล์ ดูเหมือนจะพอมีอนาคตกับ ลิเวอร์พูล หลังจากทำประตูได้บ้าง แต่สุุดท้ายเขาก็แจ้งเกิดกับทีมไม่ได้ แถมยังเคยโดนปล่อยให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ยืมตัวไปใช้งานอีก จนสวุดท้ายก็ต้องบอกลาทีมในปี 2006 เพื่อไปอยู่กับ เรเครอาติโบ สโมสรในสเปน

    – ดาวิด เอ็นก็อก
    "พวกเขาสามารถหานักเตะอย่าง เอ็นก็อก เจอได้ เด็กคนนี้เป็นนักเตะที่มีคุณภาพสูงที่มีราคาไม่แพง" เป็นคำพูดที่ ราฟาเอล เบนิเตซ เคยใช้เพื่อชมเครือข่ายแมวมองของ ลิเวอร์พูล ในตอนที่ทีมของเขาสามารถคว้าตัว เอ็นก็อก มาจาก ปารีสฯ เมื่อปี 2008 ได้

 


 

    น่าเศร้าที่ เอ็นก็อก ไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่ เบนิเตซ เคยพูดเอาไว้ ถึงแม้เขาจะได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปถึง 94 นัดในทุกรายการ แต่เจ้าตัวกลับทำได้เพียง 19 ประตู และสุดท้ายเขาก็ต้องบอกลา แอนฟิลด์ แล้วไปอยู่กับ โบลตัน ในปี 2011

    – โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้
    ซิสโซโก้ ก็เหมือนกับ ตราโอเร่ แม้ว่าเขาจะเล่นเกมระดับทีมชาติให้กับทีมชาติมาลี แต่ที่จริงแล้วเขาเกิดในหน่วยการปกครองท้องถิ่นมงต์-แซงต์-อายน็อง และเขาก็เริ่มอาชีพการเล่นของตัวเองกับ ทรัวส์ ทีมในเมืองน้ำหอมด้วย

 


 

    ซิสโซโก้ ได้ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2005 หลังจากทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งกับ บาเลนเซีย ซึ่งในฤดูกาลแรกเขาก็ถือเป็นกำลังสำคัญของทีมคนหนึ่ง จากการได้ลงเล่นไป 46 นัดในทุกรายการ แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ลงเล่นน้อยลง และสุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในปี 2008

    – มามาดู ซาโก้
    ตอนที่ ลิเวอร์พูล จ่ายเงินไป 18 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวเขามาจาก ปารีสฯ ในปี 2013 ได้นั้น หลายคนมองว่ามันเป็นดีลที่คุ้มค่าสำหรับ "หงส์แดง" เพราะช่วงนั้น ซาโก้ เป็นกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากคนหนึ่ง และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เคยชมเขาว่าเป็น "สัตว์ร้ายในการซ้อม" ด้วย

 


 

    อย่างไรก็ตาม ซาโก้ ก็โดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงานอยู่บ้างจนทำให้ไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และพอ ลิเวอร์พูล เปลี่ยนกุนซือจาก ร็อดเจอร์ส มาเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ กองหลังชาวฝรั่งเศสก็ไปทำให้ คล็อปป์ ไม่พอใจ จนสุดท้ายไม่ได้อยู่กับทีมต่อ

    – ฌิบริล ซิสเซ่
    ผลงาน 88 ประตู จากการลงเล่น 166 นัดในทุกรายการกับ โอแซร์ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึงหัวหอกเลือดน้ำหอมรายนี้มาร่วมทัพในปี 2004 ซึ่งในช่วงแรกๆ เขาก็เล่นได้ดีพอตัวจนดูเหมือนจะเป็นความหวังให้กับทีมได้

 


 

    อย่างไรก็ตาม โชคชะตาช่างโหดร้าย ในเกมที่เจอกับ แบล็คเบิร์น เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 2004 ซิสเซ่ ต้องขาหักจากการโดน เจย์ แม็คอีฟลี่ย์ เข้าสกัดจนต้องพักเป็นเวลานาน และแม้ว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ แต่ฟอร์มของเจ้าตัวก็ไม่ดีเหมือนเก่า ซ้ำร้ายตอนที่เขาเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสในเกมอุ่นเครื่องกับ จีน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2006 ซิสเซ่ ก็ขาหักอีกรอบ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องบอกลาทีมในปี 2007

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s