เข้าห้องรมแก๊ส, แบกอุปกรณ์ 40 กิโลกรัม ! 3 สัปดาห์โหดฝึกทหาร ซน ฮึง-มิน

การรับใช้ชาติถือเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้ชายทุกคน แม้แต่ ซน ฮึง-มิน ที่ใช้เวลาในการกักตัวหนีเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัดสินใจกลับเกาหลีใต้เพื่อไปทำหน้าที่ลูกผู้ชายที่สมบูรณ์แบบสำหรับชาว "โสมขาว"

           สำหรับการรับใช้กองทัพบ้านเกิดของ "อาซน" จริงๆ แล้ว ได้รับการยกเว้นจากการเข้ารับการฝึกทหารเป็นเวลา 21 เดือนหลังจากที่นำบ้านเกิดคว้าเหรียญทองฟุตบอลชาย เอเชียน เกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งกรณีนี้เป็นหนี่งในกฎการได้รับการยกเว้นฝึกทหาร

          – แม้ได้รับการยกเว้นจากการเกณฑ์ทหาร 2 ปี แต่ตามกฎหมายชายเกาหลีที่ได้รับการละเว้น ยังจะต้องมาฝึก 3 สัปดาห์ รวมทั้งบําเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนเป็นเวลา 500 ชั่วโมง ซึ่งตามแผนเดิม ซน ฮึง-มิน จะกลับมาฝึกทหารหลังจบฤดูกาล แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดทำให้เขาเลือกใช้ช่วงเดือนเมษายนี้ ปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเกิด

 

          ในช่วงระหว่างที่เข้ารับการฝึกทหาร อดีตดาวเตะ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต้องฝึกเหมือนกับทหารเกณฑ์คนอื่นๆ ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น โดยเรื่องการฝึกหนักไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ซน ฮึง-มิน เพราะร่างกายของเขาต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้วในการซ้อมฟุตบอล

          กระนั้นยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการฝึกทหารในเกาหลีใต้ ไม่ใช่แค่การฝึกร่างกายเท่านั้น แต่ยังฝึกเรื่องจิตใจและความกล้าหาญ โดย ดาวเตะวัย 27 ปี จะต้องหายใจในห้องรมแก๊สน้ำตา, เรียนรู้การใช้ปืนไรเฟิ่ล, การฝึกเข้าระเบียบแถว

 

         ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ หัวหอก "ไก่เดือยทอง" ยังต้องฝึกการต่อสู้ระยะประชิดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาสู้ได้อย่างเหมาะสม, เคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ และเดินสวนสนาม 30 กิโลเมตร พร้อมแบกของหนัก 40 กิโลกรัม

        นอกจากนี้ สตาร์ลูกหนังทีมชาติเกาหลีใต้ ยังต้องเรียนรู้ในการรับมือกับปัญหาการนำวัตถุอันตรายด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ ไปใช้เป็นอาวุธ รวมทั้งยังต้องศึกษาเรื่องระเบียบวินัยทหารอย่างเคร่งครัดด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโปรแกรมที่ถือว่าหนักพอสมควรสำหรับ "อาซน" ที่ทั้งชีวิตอยู่กับการฝึกแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น

 

           หนึ่งในเจ้าหน้าที่นาวิกโยธิน ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับโปรแกรมที่สุดโหดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกทหารของชาวเกาหลีใต้ "โดยปกติแล้วการฝึกด้าน ซีบีอาร์เอ็น (การรับมือกับปัญหาการนำวัตถุอันตรายด้านเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ ไปใช้เป็นอาวุธ) เป็นส่วนที่ยากที่สุดในแคมป์ทหาร"

           "ทันทีที่คุณเข้ามาอยู่ในค่ายทหาร คุณจะต้องสามารถยิงปืนไรเฟิ่ลได้, หายใจในแก๊สได้ และการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ, การม้วนตัว และการคลานเวลาที่อยู่ในสนามรบ ในช่วงระหว่างเดินสวนสนาม นาวิกโยธินของเราจะต้องแบกอุปกรณ์ที่หนักกว่า 40 กิโลกรัม แต่อาจจะเบากว่านั้นสำหรับทหารใหม่ มันขึ้นอยู่กับโปรแกรมการฝึกในช่วงเวลานั้นๆ"

 

           ขณะที่ คิม ยีม นักเขียน, นักวิจัย และผู้ก่อตั้งไอที เรโวลูชั่น ซึ่งเคยเข้ารับการฝึกทหารตั้งแต่ปี 2009-2011 เผยเกี่ยวการเรื่องที่สุดท้าทายที่สุดตลอด 2 ปีที่เข้ากรมทหาร "ส่วนที่ยากที่สุดตอนที่ผมกับกลุ่มของผมต้องเข้าไปในห้องรมแก๊ส"

           "คุณต้องเข้าไปในห้องพร้อมกับใส่หน้ากากกันแก๊ส และมีครูฝึกที่ใส่หน้ากากกันแก๊สด้วย สุดท้ายเขาก็สั่งให้คุณถอดหน้ากากกันแก๊สออก และเมื่อคุณสูดแก๊สพวกนี้เข้าไปมันไม่ได้มีผลในระยะยาวกับคุณ แต่มันทรมานราวกับอยู่ในนรก"

 

          "มันรู้สึกเหมือนกับมีเข็มเป็นพันๆ เล่มทิ่มแทงอยู่ในตัวคุณ  และเมื่อคุณหายใจเอาแก๊สเข้าไป มันแทบหายใจไม่ออก คุณไม่สามารถหายใจได้เลย ห้องเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความโกลาหล ทุกๆ คนต่างคว้าตัวกันไปทั่ว ทุกๆ คนนอนกลิ้งอยู่กับพื้น มีอยู่คนนึงเขาวิ่งไปที่ประตูเพื่อพยายามจะออกมา แต่มีการ์ดกันไม่ให้ออก และทั้งหมดมันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย"

      ในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน นักเตะหลายคนฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย เมื่อต้องกลับมาลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แต่สำหรับ "อาซน" เขาจะ กลับมาเล่นฟุตบอลด้วยร่างกาย และจิตใจที่แข็งแกร่งเฉกเช่นชายชาติทหาร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s