เนื้อหอมไม่เบา!4 ทีมพรีเมียร์ลีกรุมทึ้งแย่งตัวลินการ์ด

เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเป็นที่ต้องการของ 4 ทีมในเวทีพรีเมียร์ลีก โดย 90min สื่อกีฬาจากต่างประเทศรายงานว่าทีมเหล่านั้นพร้อมลงมือชิงตัวในช่วงซัมเมอร์นี้

    เจสซี่ ลินการ์ด ทำผลงานไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่ หลังไม่สามารถประตูและแอสซิสต์ได้เลยใน พรีเมียร์ลีก และยิ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาเสริมทัพ ทำให้โอกาสการลงสนามของ แข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ลดน้อยลงไปอีก

    ล่าสุด 90min ระบุว่า มี 4 ทีมระดับพรีเมียร์ลีกต่างจ้องดึงตัว ลินการ์ด ไปร่วมทีมประกอบไปด้วย เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และ นิวคาสเซิล  ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาฉบับปัจจุบันของ ลินการ์ด จะหมดลงในปี 2021 แต่ทาง "ปีศาจแดง" เล็งที่จะขยายต่อสัญญาไปอีกหนึ่งปีเช่นกัน

    ทั้งนี้ ลินการ์ด และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่ที่แข้งวัย 27 ปีเป็นนักเตะเยาวชน ซึ่งจากรายงานฉบับก่อนเผยว่า ลินการ์ด ตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อไป แต่ "ปีศาจแดง" เองก็พร้อมปล่อยตัวออกไปเพื่อระดมเงินดึงตัว เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งจาก โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ เข้ามา

บาร์นส์ชี้ลิเวอร์พูลยุคเก่าเอาชนะทีมปัจจุบันอย่างน้อยครึ่งโหล!

จอห์น บาร์นส์ อดีตปีกดาวดังของ ลิเวอร์พูล เผยว่า ทีม"หงส์แดง" ในสมัยที่เขาค้าแข้งนั้น จะเอาจะทีมชุดปัจจุบันของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แน่ หากลงเล่นภายใต้กติกาเดิม แต่หากต้องมาเล่นในกติกาปัจจุบันแล้ว ทีมยุคของเขาก็จะโดนถล่มด้วยเช่นกัน

    จอห์น บาร์นส์ เป็นหนึ่งในดาวดังของ ลิเวอร์พูล และมีส่วนร่วมพา "หงส์แดง" คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ 2 สมัย ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ประจำวันอาทิตย์ของ แดนนี่ เมอร์ฟี่ ในเดลี่ เมล์ โดยหนึ่งในเนื้อหาพูดถึงเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่าง ลิเวอร์พูล ยุคก่อน กับ ยุคปัจจุบันที่มี เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม

        "เมื่อมีคนมาให้ผมเปรียบเทียบทีมของผม กับทีมชุดนี้ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับกติกาที่เราจะเล่นนะ"

        "หากเราเล่นภายใต้กติกายุค 80s กับผู้ตัดสินในตอนนั้นแล้วล่ะก็ เราคงชนะพวกเขาได้อย่างน้อย 6 ลูกเลยล่ะ"

        "และหากเราเล่นในกติกาสมัยใหม่บ้าง พวกเขาก็คงเอาชนะเรา 6 ลูกเช่นกัน เพราะเวลาพวกเขาล้มลง พวกเขาจะไม่ได้เล่นลูกฟรีคิกเลย และหากเรามาเล่นในตอนนี้ พวกเราก็คงจะเหลือผู้เล่นแค่ 6 คนแล้วล่ะ"

        "เราไม่ได้ร้องรำทำเพลงกันแบบเต็มที่ตอนที่ได้แชมป์ในปี​ 1990  แต่ถ้าเรารู้ว่าหลังจากนั้นเราจะไม่ได้แชมป์อีกเลยแล้วล่ะก็​ เราคงฉลองกันให้มากกว่านั้นไปแล้ว​"

ไม่ใช่เรื่องเงิน!กูรูชี้2เหตุผลลิเวอร์พูล-เอ็มบั๊ปเป้ลงเอยกันไม่ได้



กูรูลูกหนังแดนน้ำหอม มองมี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ไม่มีทางลงเอยกัน แม้มีข่าว "หงส์แดง" พร้อมทุ่มดึงมาเสริมทัพหากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ก็ตาม

ไซริล โมแร็ง ผู้เชี่ยวชาญวงการฟุตบอลฝรั่งเศสของ ยูโรสปอร์ต เชื่อว่า มี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะไม่ดึง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ โดยอย่างแรกคือ ยังไม่โตพอที่จะเข้ากับระบบการเล่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และอีกสาเหตุคือนักเตะอยากไปเล่นให้ เรอัล มาดริด มากกว่า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม "หงส์แดง" เล็งทุ่มเงิน 250 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ซื้อ เอ็มบั๊ปเป้ วัย 21 ปี หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ เรอัล มาดริด แถม ไนกี้ สปอนเซอร์ชุดแข่งยังพร้อมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของดาวเตะชาวฝรั่งเศส ให้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โมแร็ง แสดงความเห็นว่า "มันมี 2 เหตุผลสำคัญที่ ลิเวอร์พูล และ เอ็มบั๊ปเป้ ไม่สามารถมาร่วมงานกัน อย่างแรกคือ ปรัชญาการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับผมแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้ามาเล่นในระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง"

"เขาเป็นกองหน้าที่ยังเด็กกับเรื่องการเอาจริงเอาจังและความพยายามในการเล่นเกมรับ นอกจากนั้นผมยังไม่มั่นใจว่า เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากพอหรือยังที่จะเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ที่คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ใช่หนึ่งใน 11 คน"

"เหตุผลที่สองคือความรู้สึกในเรื่องของ เอ็มบั๊ปเป้ ที่จะไป เรอัล มาดริด เขาเป็นแฟนบอลของสโมสร และ ซีเนดีน ซีดาน (กุนซือ เรอัล มาดริด) ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากกับการย้ายทีมแบบนี้ มันน่าสนใจกับการจินตนาการเรื่อง เอ็มบั๊ปเป้ ไป ลิเวอร์พูล แต่สำหรับผมแล้วไม่มีทางเลยที่จะเกิดขึ้น" โมแร็ง ทิ้งท้าย

ทีมที่เหมาะ!อัสปริย่าแนะฮาเมสย้ายซบแมนยู

ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า อดีตหัวหอกชาวโคลอมเบีย ระบุ ฮาเมส โรดริเกซ ควรจะบอกลา เรอัล มาดริด แล้วไปซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้ แข้งวัย 28 ปีมีฝีเท้าดีอยู่แล้ว และควรจะเล่นให้กับทีมที่อยากใช้งานเขาจริงๆ
    ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า อดีตกองหน้าคนดังชาวโคลอมเบีย แนะนำ ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางรุ่นน้องว่าควรจะย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะเหมาะกับที่นั่น

    หลังจากทำผลงานได้โดดเด่นกับ เอฟซี ปอร์โต้, อาแอส โมนาโก รวมถึงกับทีมชาติโคลอมเบียในศึก ฟุตบอลโลก 2014 โรดริเกซ ก็โดน เรอัล มาดริด ดึงไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 ด้วยค่าตัวที่เชื่อกันว่าสูงถึง 63 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) แต่แข้งวัย 28 ปีก็ไปไม่สวยกับที่นั่นจนถึงขั้นเคยโดนปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งาน 2 ฤดูกาล แถมสุดท้ายแล้ว บาเยิร์น ก็ไม่ซื้อขาดเขาด้วย จนทำให้ โรดริเกซ ต้องกลับมาอยู่กับ มาดริด ในซีซั่นนี้ และอนาคตของเขาในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก็ยังดูไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอีกครั้ง

    อัสปริย่า เผยว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมที่เหมาะกับ ฮาเมส เลย พวกเขาไม่ได้แชมป์มาเป็นเวลานานแล้ว และพวกเขาก็กำลังคิดเกี่ยวกับการเสริมทัพให้แข็งแกร่งขึ้นสำหรับการเล่นในฤดูกาลหน้า พวกเขามียนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในทีมหลายคน อย่างเช่น ฆวน มาต้า ที่มีสไตล์คล้ายกับ ฮาเมส แม้ว่าเขาจะมีความกระฉับกระเฉงมากกว่า และเน้นเล่นเกมรุกมากกว่าก็ตาม ผมคิดว่า ฮาเมส จะเข้ากับทีมนั้นได้อย่างง่ายดายเลย"

    "ฮาเมส จำเป็นต้องย้ายไปอยู่กับทีมที่เขาจะได้ลงเล่น, สโมสรที่โค้ชต้องการเขาจริงๆ และอยากได้เขาอยู่ในทีม ไม่ใช่ทีมที่เขาจะเป็นเพียงการเสริมทัพที่ทำให้ดูฮือฮา หรือถูกซื้อโดยความคิดที่แปลกๆ ของประธานสโมสร การที่เขามีพรสวรรค์ดีแบบนั้นมันทำให้เขาสามารถเล่นกับทีมไหนก็ได้ทั้งนั้น"

ส่องฟอร์มโอซิมเฮน แข้งตัวรุกที่สื่อฝรั่งเศสระบุลิเวอร์พูลเปิดฉากเจรจาแล้ว

Le10Sport สื่อจากเมืองน้ำหอม รายงานว่า ลิเวอร์พูล ได้เปิดฉากเจรจาคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน ปีกความเร็วสูงของ ลีลล์ แล้ว โดยมีคู่แข่งที่จ้องตาเป็นมันอย่าง เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล รวมอยู่ด้วย
    โอซิมเฮน วัย 21 ปี จัดว่าโชว์ฟอร์มได้เปรี้ยงปร้างมาก แค่ซีซั่นแรกในลีกเอิง หลังย้ายจาก ชาร์เลอรัว ก็ซัดไปถึง 13 ประตูจาก 27 นัด โดยดาวเตะทีมชาติไนจีเรีย มีสัญญาอยู่กับ ลีลล์ จนถึงปี 2024

    สื่อดังกล่าวคาดว่า ลีลล์ ต้องการค่าตัว โอซิมเฮน สูงถึง 70 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท ไฮไลท์ด้านล่างนี่ ไปดูกันเลยว่าเจ้าตัวเจ๋งแค่ไหน แล้วจะรู้ว่าทำไม ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ถึงจ้องคว้าตัว

เบซิคตัสก็ไปไม่สวย! “คาริอุส” ยังมีอนาคตกับลิเวอร์พูลหรือไม่?

ลอริส คารอุส นายด่านชาวเยอรมันกำลังจะหมดสัญญายืมตัวกับทีม เบซิคตัส และมีแนวโน้มว่าเขาจะไม่ได้ถูกซื้อขาดเนื่องจากเจ้าตัวกำลังมีปัญหากับบอร์ดบริหารของทีมดังจากตุรกีกรณีที่ เบซิคตัส ยังคงค้างชำระค่าเหนื่อย 4 เดือน ซึ่งตอนนี้นายทวารวัย 26 ปีก็แจ้งเรื่องไปเรื่องฟีฟ่าแล้วด้วย งานนี้คงจะจบไม่สวยเสียแล้ว อย่างไรก็ตามคำถามใหญ่หากเจ้าตัวต้องการกลับลิเวอร์พูลก็คือเขายังมีอนาคตในทัพหงส์แดงอยู่หรือไม่? โอกาสลงเล่นจะมีมากน้อยแค่ไหนกัน?

เกิดอะไรขึ้นกับคาริอุส?

    ความจริงแล้วในช่วงแรกที่ยืมตัวมาเล่นให้กับ เบซิคตัส นั้น คาริอุส ก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวจนกระทั่งมาเกิดข้อผิดพลาดในนัดที่เจอกับ มัลโม่ ในศึกยูโรปา ลีกเมื่อเดือนตุลาคมปี 2018

    นายด่านชาวเยอรมันพยายามเอื้อมมือไปปัดบอลลูกครอสจากริมเส้นของผู้เล่นมัลโม่ซึ่งแฉลบกองหลังเบซิคตัสมาด้วย แต่ทว่าเขากระโดดไม่ถึง บอลเลยย้อยเข้าเสาสองเป็นประตู ความผิดพลาดนี้ก็กลายเป็นข่าวในเมืองผู้ดีทันทีจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์คาริอุสอีกครั้ง

    หลังจากเหตุการณ์ที่สวีเดนครั้งนั้น คาริอุส ก็โพสต์รูปภาพของตัวเขาเองสไตล์ขาวดำในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีแคปชั่นว่า “เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต คุณจำเป็นต้องมีสองสิ่ง นั่นคือความเพิกเฉยและความมุ่งมั่น”

 

    อย่างไรก็ตาม อูลี่ สไตน์ ตำนานนายด่านทีมชาติเยอรมัน ออกมาพูดถึง คาริอุส ให้โฟกัสกับเรื่องในสนามมากกว่านี้และให้ลดการโพสต์รูปน้อยลง

    “ดูเหมือน คาริอุส คิดว่าการถ่ายภาพและแชร์ลงโซเชียล มีเดียจะสำคัญมากกว่าการลงเล่นในสนาม เขาจำเป็นต้องทำผลงานให้ดี 2 ฤดูกาลเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง” อูลี่ สไตน์ กล่าว

    ต่อมาคาริอุสโดนตั้งคำถามถึงแรงจูงใจจากนายใหญ่เบซิคตัสอย่าง เซนอล กูเนส หลังจากทำผลงานไม่ดีในเกมชนะ คอนยาสปอร์ 3-2 เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

    “คาริอุสทำผิดพลาดกับประตูที่เสีย เขาดูค่อนข้างเฉื่อยชา มีบางอย่างผิดพลาดเกี่ยวกับแรงจูงใจและความกระตือรือร้นของเขาในเกม ซึ่งมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม มันเป็นบางอย่างที่เรายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และแน่นอนผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องถูกตำหนิเหมือนกัน”

    “ผมรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดพลาดและเขาก็โชคร้ายด้วย เขาเป็นผู้รักษาประตูที่พรสวรรค์ แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้เห็นสิ่งนั้น เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าผมยังมีผู้รักษาประตูสำรองอย่าง โทลก้า เซนกิน อยู่ผมคงให้เขาลงเล่น” เซนอล กูเนส กล่าว

 

    สำหรับฤดูกาล 2019/20 เรายังคงเห็นความผิดพลาดมากขึ้นรวมถึงคำแก้ตัวที่แปลกประหลาดของมือกาวรายนี้ด้วย

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน คาริอุส โดนตำหนิกับประตูที่ทีมสโลวาน บราติสลาวายิงขึ้นนำในเกมที่ เบซิคตัส พ่ายแพ้ 4-2 ในศึกยูโรปา ลีกรอบแบ่งกลุ่ม โดยเขาวิ่งออกมาจากเขตโทษเพื่อพยายามตัดบอลด้วยการกระโดดโหม่ง แต่ทว่าเขากะจังหวะพลาดพลาดจนโดนคู่แข่งฉกไปยิงประตู

    คาริอุส ให้ความเห็นหลังเกมนี้โดยยกลูกฟตบอลมาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเกิดความผิดพลาด โดยเขากล่าวว่า “มันน่าขายหน้าเหลือเกินที่ลูกฟุตบอลไม่เหมาะสำหรับการแข่งขันนี้  ผมคิดว่ามันเป็นลูกฟุตบอลที่แย่ที่สุดที่เท่าที่ผมเคยเจอ ความรู้สึกมันเหมือนสบู่และมันเคลื่อนที่ไปทุกที่เลย”

    ขณะที่สื่อตุรกีก็มาซ้ำเติมเจ้าตัวด้วยการออกมาแฉว่า คาริอุสอ้างสาเหตุที่ทำให้เขาฟอร์มย่ำแย่มาจากแสงไฟในสนามเหย้าของ เบซิคตัส แรงเกินไปส่งผลตาพร่ามัว และเกิดความสับสนจนเป็นเหตุให้ทำผิดพลาด

    นอกจากนี้ยังโดนสื่อเผยอีกว่าเขามีปัญหาด้านระเบียบวินัย หลังจากขยันไปปาร์ตี้แบบสนุกสุดเหวี่ยงนับตั้งแต่ที่เลิกกับ โซเฟีย โทมอลล่า ซึ่งมันก็ส่งผลกับฟอร์มการเล่นไปในตัว ทำให้ เซอร์เก้น ยัลซิน เทรนเนอร์ เบซิคตัส หมดความอดทนและมีสิทธิ์จะไม่ซื้อขาดคาริอุสในช่วงซัมเมอร์นี้

ผิดที่ผิดเวลา

 

    น่าคิดเหลือเกินว่าถ้าหาก คาริอุส ยังอยู่ลิเวอร์พูลต่อจะเกิดอะไรขึ้น ฤดูกาลนี้เขาอาจจะได้ลงเล่นก็เป็นได้เนื่องจากผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่เกมพบ นอริช ซิตี้ ในเดือนสิงหาคม

    อย่างไรก็ตามความจริงก็คือ อาเดรียน ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์​ เซ็นสัญญามาในตลาดซัมเมอร์ เข้ามาแทนที่ของ อลีสซง ในช่วงสองเดือนต่อมา

    “แนวรับของลิเวอร์พูลปรับปรุงได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาแทบจะไม่เสียประตูเลย นายด่านทุกคนคงรู้สึกสบายเมื่ออยู่ด้านหลังแนวรับแบบนี้ แต่ อาเดรียน ก็ทำหน้านที่ของเขาได้ดี ตอนผมอยู่ที่นั่นกองหลังของทีมก็แข็งแกร่งแม้กระทั่งตำแหน่งแบ็ก แต่ตอนนี้พวกเขาขยับขึ้นไปอีกขั้น พวกเขาทั้งทีมพัฒนาขึ้นมามาก ยิ่งพวกเขาอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น” คาริอุส กล่าวถึง ลิเวอร์พูล ในซีซั่นนี้

โอกาสมากแค่ไหนในทัพหงส์แดง

    คาริอุส ยังคงมีสัญญาอยู่กับทีมลิเวอร์พูลถึง 2022 และหลังหมดสัญญายืมตัวกับ เบซิคตัส ตัวนักเตะเองก็ยังคงหวังที่จะได้กลับมาอยู่ในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง

    “พรีเมียร์ลีกยังเป็นลีกที่ดีที่สุด มันยังน่าดึงดูดเสมอและผมก็ยังมีสัญญาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ดังนั้นผมอาจจะเล่นให้หงส์แดงอีกครั้ง คุณไม่มีทางรู้หรอก แต่ตอนนี้มันพูดยาก ถ้ามันไม่ใช่ลิเวอร์พูล มันก็คงจะเป็นทีมที่เหมาะสมสำหรับผม ดังนั้นผมไม่กังวลเลย” นายด่านชาวเยอรมันกล่าวเมื่อเดือนตุลาคม

    ขณะที่ต้นเดือนที่ผ่านมา คาริอุส ก็ออกมาเผยว่าเขายังคงติดต่อกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่ตลอด “มันเร็วเกินไปที่จะพูดเกี่ยวกับซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะในเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากมีไวรัสโคโรน่า

 

    “ผมยังคงส่งข้อความคุยกับโค้ชผู้รักษาประตู (ของ ลิเวอร์พูล) จอห์น อัชเตอร์เบิร์ก เกือบทุกสัปดาห์ เขาเป็นคนแรกที่ผมจะติดต่อด้วย แต่พักหลังมานี้ผมก็ส่งข้อความคุยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่บ้างเหมือนกัน ผมได้ติดต่อกับทุกคนนั่นแหละ ผมไม่เคยห่างเหินจากการติดต่อกับใครเลย"   

    คล็อปป์ อาจจะเริ่มมองหาผู้รักษาประตูมือสองของทีมคนใหม่หลังจากที่ อาเดรียน ก่อความผิดพลาดจนทำให้ทีมตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    “อาเดรียน ทำได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล หลังจากนั้นเขาก็มีฟอร์มขึ้นๆลงๆ และคล็อปป์ รู้ดีว่านั่นถือเป็นจุดอ่อนของทีมลิเวอร์พูล อลีสซง ได้รับบาดเจ็บถึงสองครั้งในฤดูกาลนี้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย และผมคิดว่าถ้าพวกเขาจะซื้อตัวผู้เล่นในซัมเมอร์นี้ ก็น่าจะเป็นผู้รักษาประตู” เดฟ แมดด็อค ผู้สื่อข่าว เดอะ มิรเรอร์ กล่าวหลังเกมหงส์แดงตกรอบ ชปล.

    ทว่าวิกฤตไวรัสโคโรน่าส่งผลกระทบอย่างหนักกับสโมสรซึ่งคาดว่าจะรวมถึงตลาดนักเตะหลังจบฤดูกาลด้วย ทำให้บางที ลิเวอร์พูล อาจเลือกที่จะใช้ผู้เล่นชุดเดิมไปก่อน นั่นจึงเป็นโอกาสที่ คาริอุส จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

 

    อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่าความผิดพลาดครั้งมโหฬารในอดีตของเขาจะทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจในการค้าแข้งกับหงส์แดงหรือไม่? หรือบางทีการย้ายทีมอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด?

    มีข่าวว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน สนใจยืมตัวมาเป็นมือ 2 ให้กับ "หมาป่า" เนื่องจาก"หมาป่า" มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปในซีซั่นหน้าทำให้นายด่านเยอรมัน น่าจะได้ลงเฝ้าเสาในฟุตบอลถ้วย หากย้ายมาเข้าถิ่น โมลินิวซ์ กราวนด์

    รอติดตามกันว่า คาริอุส จะตัดสินใจอย่างไรเมื่อจบฤดูกาลนี้

มีคำตอบอยู่แล้ว?เดอบรอยน์เผยจะโหวตให้ใครซิวแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ ระบุ ถ้ามันมีการเลือกแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ กันตามปกติ ตนก็จะเลือกโหวตให้ ซาดิโอ มาเน่ ชี้ ซีซั่นนี้ มาเน่ เป็นทุกอย่างให้กับ "หงส์แดง" เลย

    เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนจะเลือกโหวตให้ ซาดิโอ มาเน่ ยอดปีกของ ลิเวอร์พูล ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาลนี้ไปครอง ถ้ามันมีการเปิดให้โหวตกันตาามปกติ

    ก่อนหน้าที่ศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้จะโดนสั่งพักการแข่งขันนั้น เดอ บรอยน์, มาเน่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ถูกยกให้เป็นตัวเต็งลำดับต้นๆ ที่จะได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ไปเชยชม หลังจากทั้งหมดต่างก็ทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ แต่สุดท้ายการมอบรางวัลประจำฤดูกาล 2019-20 ก็ไม่สามารถจัดตามปกติได้เพราะปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    หลังจากโดน บีที สปอร์ต สื่อกีฬาของเมืองผู้ดีถามว่าเขาจะเลือกใครเป็นแข้งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ นั้น เดอ บรอยน์ ก็ตอบว่า "ผมคงจะเลือก มาเน่ ผมคิดว่าฤดูกาลนี้เขาเป็นทุกอย่างให้กับ ลิเวอร์พูล เลย เขามีความสำคัญกับทีมมากๆ ดังนั้นถ้าผมต้องเลือกใครสักคนแล้วล่ะก็ ผมก็คงจะเลือก มาเน่ นี่แหละ"

เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ! เหตุผลที่ คล็อปป์ ควรดึงมาเสริมทัพ ลิเวอร์พูล

ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาดูเหมือน ลิเวอร์พูล จะผูกมิตรสัมพันธ์กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นอย่างดี เพราะ "หงส์แดง" มักจะดึงนักเตะฝีเท้าพระกาฬจากทัพ "นักบุญ" มาเสริมแกร่งหลายต่อหลายคน แถมแต่ละคนก็ทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ ซะด้วย
         เอาเฉพาะแค่พอจำๆ ได้ก็มี ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อดัม ลัลลาน่า, นาธาเนียล ไคลน์ และ เดยัน ลอฟเรน เป็นต้น นักเตะเหล่านี้ผ่านการขัดเกลาฝีเกือกจากค่าย "เดอะ เซนต์ส" ก่อนจะมาโด่งดังเป็นทวีคูณเมื่อย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

         อย่างไรก็ตามช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ไม่ได้แวะเข้าไปเคาะประตูถิ่นเซนต์ แมรี่ส์ เพื่อเสาะหาแข้งชั้นดีของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ที่พวกเขาพรากยอดกองหลังเลือดดัตช์อย่าง ฟาน ไดค์ มาร่วมทัพเมื่อเดือนมากราคม 2018

         แต่ตอนนี้ดูเหมือนเหล่าแฟนคลับ "นักบุญ" ต้องมีอาการขนแขนยังขนทุกส่วนลุกซู่อีกครั้ง เมื่อ คล็อปป์ ชำเลืองเมียงมองพร้อมหมายตานักเตะรายหนึ่งที่ฟอร์มประทับใจกุนซือชาวเยอรมันอย่างมาก และจับตาแข้งรายนี้มานานพอสมควร เพราะฟอร์มการเล่นและสไตล์เข้ากับระบบ "เกเก้นเพรสซิ่ง" อย่างมาก

         เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กองกลางร่างเล็กใจใหญ่ คือผู้เล่นจากรัง "นักบุญ" รายล่าสุด ที่ คล็อปป์ หมายตาเอาไว้  โดยนักเตะรายนี้เป็นคีย์แมนสำคัญของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ปี 2012 เมื่อเจ้าตัวแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรก

        หลายคนมองว่า มิดฟิลด์เจ้าของส่วนสูง 173 เซนติเมตร ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ แต่เมื่อดูจากข้อมูลของนักเตะแล้วต้องบอกเลยว่า  วอร์ด-พราวส์ อาจจะเป็นตัวเลือกสำคัญที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม อยากได้มาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

        วอร์ด-พราวส์ มักจะถูกจับเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งเป็นตำแหน่งประจำของเขากับ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยหากมองจากตำแหน่งนี้ "หงส์แดง" อัดแน่นไปด้วยแข้งคุณภาพอย่าง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ นาบี เกอิต้า

        กระนั้น ดาวเตะวัย 25 ปีอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ คล็อปป์ อยากดึงมาเล่นในแผงมิดฟิลด์ เพราะ วอร์ด-พราวส์ มีศักยภาพในตำแหน่งอื่นด้วย นั่นก็คือ "ฟูลแบ็ก" ซึ่งเขาลงทำหน้าที่นี้มากว่า 500 นาทีในยุคของ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล กุมบังเหียน "นักบุญ" ในฤดูกาลนี้

        อย่างลืมว่า คล็อปป์ เป็นกุนซือที่สายตาเฉียมคมมากๆ ในการดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ยกตัวอย่าง ไวนัลดุม ตอนที่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาเล่นให้ ลิเวอร์พูล เขามาในฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 (เพลย์เมกเกอร์) แต่แล้วไง แข้งเลือดดัตช์ไม่เคยได้เล่นในบทบาทนั้นเลย และกลายเป็นว่าทำหน้าที่อย่างสุดยอดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ บางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ ได้ไม่มีที่ติด้วย

        ฉะนั้น  วอร์ด-พราวส์ มีโอกาสอย่างมากที่ คล็อปป์ เลือกที่จะดึงมาร่วมทีมเพื่อทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะด้วยการเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์จึงเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เขาจะพัฒนาศักยภาพให้ได้เห็นกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
 
       จริงๆ แล้ว วอร์ด-พราวส์ น่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ เจมส์ มิลเนอร์ ได้อย่างลงตัวเช่นกัน เพราะจากสถิติของ จอมเก๋าเลือดผู้ดี เขาพร้อมที่จะลงทำหน้าที่ในตำแหน่งฟูลแบ็กจำเป็นเวลาที่ คล็อปป์ ต้องการ และผลงานก็ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

       กรณีนี้ก็คล้ายๆ กับ ดไวท์ แม็คนีล กองกลางดาวรุ่งของเบิร์นลี่ย์ ที่มีคุณสมบัติสามารถลงทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายก็ได้หาก คล็อปป์ ดึงตัวมาร่วมทีม แต่กระนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ค่าตัวของเขาจะแพงกว่า วอร์ด-พราวส์ แถมศักยภาพอาจจะไม่สามารถคุมแดนกลางได้เหมือนกับ มิลเนอร์

       จากการพูดคุยกับ จอช วิลเลี่ยมส์ นักวิเคราะห์ประจำถิ่นแอนฟิลด์ ระบุว่าเหตุผลที่ คล็อปป์ ควรจะดึง วอร์ด-พราวส์ มาเสริมทัพ "วอร์ด-พราวส์ เล่นลูกเซตพีซได้ดีเยี่ยมมากๆ คุณไม่มีทางหาใครที่เจ๋งกว่าเขาในลีกแล้ว ผมจินตนาการออกเลยว่าเขาจะไปรับบอลตรงพื้นที่ที่มีที่ว่างไม่มากนักได้ ซึ่ง เทรนต์ ก็ต้องเจอแบบนั้น และสามารถเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ"

       "การเปิดบอลแบบนั้นเป็นเหมือนฝันสำหรับแนวรุกในการที่จะจบสกอร์ หากมองในแง่ของสไตล์การเล่นตามธรรมชาติของเขา แม้ว่าเขาจะมีเทคนิคในแบบนักเตะกองกลาง แต่ผมคิดว่าหากจับเขาเล่นเหมือนกับ เทรนต์ ซึ่งมีส่วนสำคัญมากๆ กับเกม และเขาสามารถเปิดบอลได้น่ากลัวพอๆ กัน"

       อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า วอร์ด-พราวส์ เคยเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กมาพอสมควร ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา

       ในขณะเดียวกันดาวเตะ "นักบุญ" สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในเมืองผู้ดี นับตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2012 เขาซัดฟรีคิกเข้า 5 ประตูตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2015/16 เทียบเท่ากับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตเพลย์เมกเกอร์ "หงส์แดง" ที่ทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

       ฤดูกาลนี้ วอร์ด-พราวส์ ซัดไปแล้ว 4 ประตู และ 3 แอสซิสต์ แต่สถิติที่ดีที่สุดของเขาอยู่ที่การเข้าสกัดโดนบอลโดยมีค่าเฉลี่ย 2.5 ต่อเกม ที่จริงแล้วซีซั่นก่อนเป็นฤดูกาลที่เขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอลสูงที่สุดในอาชีพการเล่นที่ 1.4 ครั้งต่อเกม แต่ในฤดูกาลนี้เขาทำได้ดีกว่านั้นถึงขนาดเฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ

       "เทคนิคของเขาชั้นยอดเลย มันไม่ดีแน่สำหรับผู้รักษาประตูที่ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้น ขณะที่ พราวซี่ย์ ก้าวเท้าไปยิงฟรีคิก แต่เขาก็ยังทำเกมได้อย่างวิเศษด้วย และยังต่อสู้แย่งบอลไปทั่วทั้งสนามด้วย พราวซี่ย์ เป็นเครื่องจักร เขาวิ่งไปทั่ว และไม่เคยเหนื่อย"  ฮาเซนฮัทเทิล กล่าวชมลูกศิษย์คนเก่ง

        หากต้องถูกจับไปเล่นแบ็กขวาแน่นอนว่า วอร์ด-พราวส์ คงต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร แต่จากข้อมูลที่เห็นแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ โดยเฉพาะเซนต์เกมรุกซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ "เจ้าหนูเทรนต์" ได้เป็นอย่างดี

        จุดด้อยของ วอร์ด-พราวส์ ซึ่งเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน 269 เกม และยิงไปแล้ว 23 ประตูกับ 33 แอสซิสต์ ก็คือเขาเล่นเกมรับไม่ค่อยดีนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเมื่อต้องรับมือกับคู่แข่ง เพราะนักเตะสามารถที่จะปรับตัวได้

        ในขณะเดียวกันช่วงซัมเมอร์นี้ อดัม ลัลลาน่า ก็เตรียมที่จะลา "หงส์แดง" ส่วน มิลเนอร์ ก็อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพพ่อค้าแข้งเนื่องจากอายุ 34 ปีแล้ว และคงเล่นได้อีกหนึ่งหรือสองซีซั่น ดังนั้น สตาร์ "เดอะ เซนต์ส" จึงสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มในแผงมิดฟิลด์ รวมทั้งการมีโควตานักเตะอังกฤษอยู่ในทีมเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกฎพรีเมียร์ลีก ที่ต้องมีผู้เล่นโฮม โกรน (ผู้เล่นท้องถิ่น) อย่างน้อย 8 จาก 25 นักเตะในทีม

         หาก วอร์ด-พราวส์ ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล จริงๆ ถือเป็นการเสริมทัพที่ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะจะได้นักเตะสารพัดประโยชน์ที่เหมาะสไตล์ของ คล็อปป์ จริง

มีใครบ้าง ส่อง 10 แข้งค่าตัวแพงที่สุดรอบ 2 ปีที่ผ่านมา



มีใครบ้างมาดูกันเลย "เดอะ ซัน" สื่อดังแดนผู้ดี ได้ทำการรวบรวมข้อมูลของการย้ายทีม 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 24 เม.ย. ว่า "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลของการย้ายทีม 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยที่อันดับ 1 คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายจาก โมนาโก มาสู่ ปารีส แซงต์ แชร์แมง ด้วยค่าตัว 162 ล้านปอนด์

ทำเนียบ 10 แข้งแพงสุด
1.) คีเลียน เอ็มบัปเป : ปารีส แซงต์ แชร์แมง ค่าตัว 162 ล้านปอนด์

2.) เจา เฟลิกซ์ : แอตเลติโก มาดริด 112 ล้านปอนด์

3.) อองตวน กรีซมันน์ : บาร์เซโลนา 107.6 ล้านปอนด์

4.) คริสเตียโน โรนัลโด : ยูเวนตุส 99 ล้านปอนด์

5.) เอเดน อาซาร์ด : เรอัล มาดริด 88 ล้านปอนด์

6.) แฮร์รี แม็คไกวร์ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 85 ล้านปอนด์

7.) โรเมลู ลูกากู : อินเตอร์ มิลาน 73 ล้านปอนด์

8.) นิโคลัส เปเป : อาร์เซนอล 72 ล้านปอนด์

9.) ลูคัส เอร์น็องเดซ : บาเยิร์น มิวนิก 68 ล้านปอนด์

10.) แฟรงกี เดอ ยอง : 65.4 ล้านปอนด์

ห่วงครอบครัว! ‘กุน’เผยนักเตะส่วนใหญ่ไม่อยากกลับมาแข่ง



หัวหอกเรือใบสีฟ้าเผยว่านักเตะส่วนใหญ่ไม่อยากกลับมาแข่งขันอีก จนกว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จะหมดไป

เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่านักเตะส่วนใหญ่ยังไม่อยากกลับมาแข่งขันต่อในเร็วๆนี้ เพราะกลัวจะนำเชื้อไปติดคนในครอบครัว

ฟุตบอลลีกยุโรปต้องพักการแข่งขันเนื่องจากปัญหาไวรัสโควิด-19 ขณะที่บางลีกตัดสินใจตัดจบฤดูกาลเช่นลีกเอิง แต่ลีกอื่นยังมีแผนที่จะกลับมาแข่งต่อให้จบฤดูกาล อย่างไรก็ตามดาวยิงอาร์เจนไตน์เผยว่านักเตะส่วนใหญ่ยังกลัวที่จะกลับมาลงสนามอีกครั้ง

"นักเตะส่วนใหญ่ยังกลัว เพราะพวกเขามีครอบครัว, มีลูก และมีพ่อแม่" อเกวโร กล่าวกับ El Chiringuito

"มันทำให้ผมกลัว แต่ผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่กับแฟนของผม ผมไม่ได้สัมผัสกับใครเลย และพวกเขาบอกว่าโรคนี้ติดต่อยาก แต่ก็บอกด้วยว่าบางคนมีติดโรคแต่ไม่แสดงอาการ และสามารถทำให้คนอื่นติดเชื้อได้"

"ด้วยเหตุนี้ผมจึงยังอยู่บ้าน คุณสามารถติดเชื้อโดยที่คุณอาจไม่รู้เลย"