บาร์นส์ชี้ลิเวอร์พูลยุคเก่าเอาชนะทีมปัจจุบันอย่างน้อยครึ่งโหล!

จอห์น บาร์นส์ อดีตปีกดาวดังของ ลิเวอร์พูล เผยว่า ทีม"หงส์แดง" ในสมัยที่เขาค้าแข้งนั้น จะเอาจะทีมชุดปัจจุบันของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แน่ หากลงเล่นภายใต้กติกาเดิม แต่หากต้องมาเล่นในกติกาปัจจุบันแล้ว ทีมยุคของเขาก็จะโดนถล่มด้วยเช่นกัน

    จอห์น บาร์นส์ เป็นหนึ่งในดาวดังของ ลิเวอร์พูล และมีส่วนร่วมพา "หงส์แดง" คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ 2 สมัย ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ประจำวันอาทิตย์ของ แดนนี่ เมอร์ฟี่ ในเดลี่ เมล์ โดยหนึ่งในเนื้อหาพูดถึงเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่าง ลิเวอร์พูล ยุคก่อน กับ ยุคปัจจุบันที่มี เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม

        "เมื่อมีคนมาให้ผมเปรียบเทียบทีมของผม กับทีมชุดนี้ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับกติกาที่เราจะเล่นนะ"

        "หากเราเล่นภายใต้กติกายุค 80s กับผู้ตัดสินในตอนนั้นแล้วล่ะก็ เราคงชนะพวกเขาได้อย่างน้อย 6 ลูกเลยล่ะ"

        "และหากเราเล่นในกติกาสมัยใหม่บ้าง พวกเขาก็คงเอาชนะเรา 6 ลูกเช่นกัน เพราะเวลาพวกเขาล้มลง พวกเขาจะไม่ได้เล่นลูกฟรีคิกเลย และหากเรามาเล่นในตอนนี้ พวกเราก็คงจะเหลือผู้เล่นแค่ 6 คนแล้วล่ะ"

        "เราไม่ได้ร้องรำทำเพลงกันแบบเต็มที่ตอนที่ได้แชมป์ในปี​ 1990  แต่ถ้าเรารู้ว่าหลังจากนั้นเราจะไม่ได้แชมป์อีกเลยแล้วล่ะก็​ เราคงฉลองกันให้มากกว่านั้นไปแล้ว​"

ไม่ใช่เรื่องเงิน!กูรูชี้2เหตุผลลิเวอร์พูล-เอ็มบั๊ปเป้ลงเอยกันไม่ได้



กูรูลูกหนังแดนน้ำหอม มองมี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ไม่มีทางลงเอยกัน แม้มีข่าว "หงส์แดง" พร้อมทุ่มดึงมาเสริมทัพหากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ก็ตาม

ไซริล โมแร็ง ผู้เชี่ยวชาญวงการฟุตบอลฝรั่งเศสของ ยูโรสปอร์ต เชื่อว่า มี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะไม่ดึง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ โดยอย่างแรกคือ ยังไม่โตพอที่จะเข้ากับระบบการเล่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และอีกสาเหตุคือนักเตะอยากไปเล่นให้ เรอัล มาดริด มากกว่า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม "หงส์แดง" เล็งทุ่มเงิน 250 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ซื้อ เอ็มบั๊ปเป้ วัย 21 ปี หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ เรอัล มาดริด แถม ไนกี้ สปอนเซอร์ชุดแข่งยังพร้อมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของดาวเตะชาวฝรั่งเศส ให้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โมแร็ง แสดงความเห็นว่า "มันมี 2 เหตุผลสำคัญที่ ลิเวอร์พูล และ เอ็มบั๊ปเป้ ไม่สามารถมาร่วมงานกัน อย่างแรกคือ ปรัชญาการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับผมแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้ามาเล่นในระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง"

"เขาเป็นกองหน้าที่ยังเด็กกับเรื่องการเอาจริงเอาจังและความพยายามในการเล่นเกมรับ นอกจากนั้นผมยังไม่มั่นใจว่า เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากพอหรือยังที่จะเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ที่คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ใช่หนึ่งใน 11 คน"

"เหตุผลที่สองคือความรู้สึกในเรื่องของ เอ็มบั๊ปเป้ ที่จะไป เรอัล มาดริด เขาเป็นแฟนบอลของสโมสร และ ซีเนดีน ซีดาน (กุนซือ เรอัล มาดริด) ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากกับการย้ายทีมแบบนี้ มันน่าสนใจกับการจินตนาการเรื่อง เอ็มบั๊ปเป้ ไป ลิเวอร์พูล แต่สำหรับผมแล้วไม่มีทางเลยที่จะเกิดขึ้น" โมแร็ง ทิ้งท้าย

เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ! เหตุผลที่ คล็อปป์ ควรดึงมาเสริมทัพ ลิเวอร์พูล

ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาดูเหมือน ลิเวอร์พูล จะผูกมิตรสัมพันธ์กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นอย่างดี เพราะ "หงส์แดง" มักจะดึงนักเตะฝีเท้าพระกาฬจากทัพ "นักบุญ" มาเสริมแกร่งหลายต่อหลายคน แถมแต่ละคนก็ทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ ซะด้วย
         เอาเฉพาะแค่พอจำๆ ได้ก็มี ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อดัม ลัลลาน่า, นาธาเนียล ไคลน์ และ เดยัน ลอฟเรน เป็นต้น นักเตะเหล่านี้ผ่านการขัดเกลาฝีเกือกจากค่าย "เดอะ เซนต์ส" ก่อนจะมาโด่งดังเป็นทวีคูณเมื่อย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

         อย่างไรก็ตามช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ไม่ได้แวะเข้าไปเคาะประตูถิ่นเซนต์ แมรี่ส์ เพื่อเสาะหาแข้งชั้นดีของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ที่พวกเขาพรากยอดกองหลังเลือดดัตช์อย่าง ฟาน ไดค์ มาร่วมทัพเมื่อเดือนมากราคม 2018

         แต่ตอนนี้ดูเหมือนเหล่าแฟนคลับ "นักบุญ" ต้องมีอาการขนแขนยังขนทุกส่วนลุกซู่อีกครั้ง เมื่อ คล็อปป์ ชำเลืองเมียงมองพร้อมหมายตานักเตะรายหนึ่งที่ฟอร์มประทับใจกุนซือชาวเยอรมันอย่างมาก และจับตาแข้งรายนี้มานานพอสมควร เพราะฟอร์มการเล่นและสไตล์เข้ากับระบบ "เกเก้นเพรสซิ่ง" อย่างมาก

         เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กองกลางร่างเล็กใจใหญ่ คือผู้เล่นจากรัง "นักบุญ" รายล่าสุด ที่ คล็อปป์ หมายตาเอาไว้  โดยนักเตะรายนี้เป็นคีย์แมนสำคัญของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ปี 2012 เมื่อเจ้าตัวแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรก

        หลายคนมองว่า มิดฟิลด์เจ้าของส่วนสูง 173 เซนติเมตร ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ แต่เมื่อดูจากข้อมูลของนักเตะแล้วต้องบอกเลยว่า  วอร์ด-พราวส์ อาจจะเป็นตัวเลือกสำคัญที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม อยากได้มาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

        วอร์ด-พราวส์ มักจะถูกจับเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งเป็นตำแหน่งประจำของเขากับ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยหากมองจากตำแหน่งนี้ "หงส์แดง" อัดแน่นไปด้วยแข้งคุณภาพอย่าง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ นาบี เกอิต้า

        กระนั้น ดาวเตะวัย 25 ปีอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ คล็อปป์ อยากดึงมาเล่นในแผงมิดฟิลด์ เพราะ วอร์ด-พราวส์ มีศักยภาพในตำแหน่งอื่นด้วย นั่นก็คือ "ฟูลแบ็ก" ซึ่งเขาลงทำหน้าที่นี้มากว่า 500 นาทีในยุคของ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล กุมบังเหียน "นักบุญ" ในฤดูกาลนี้

        อย่างลืมว่า คล็อปป์ เป็นกุนซือที่สายตาเฉียมคมมากๆ ในการดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ยกตัวอย่าง ไวนัลดุม ตอนที่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาเล่นให้ ลิเวอร์พูล เขามาในฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 (เพลย์เมกเกอร์) แต่แล้วไง แข้งเลือดดัตช์ไม่เคยได้เล่นในบทบาทนั้นเลย และกลายเป็นว่าทำหน้าที่อย่างสุดยอดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ บางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ ได้ไม่มีที่ติด้วย

        ฉะนั้น  วอร์ด-พราวส์ มีโอกาสอย่างมากที่ คล็อปป์ เลือกที่จะดึงมาร่วมทีมเพื่อทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะด้วยการเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์จึงเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เขาจะพัฒนาศักยภาพให้ได้เห็นกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
 
       จริงๆ แล้ว วอร์ด-พราวส์ น่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ เจมส์ มิลเนอร์ ได้อย่างลงตัวเช่นกัน เพราะจากสถิติของ จอมเก๋าเลือดผู้ดี เขาพร้อมที่จะลงทำหน้าที่ในตำแหน่งฟูลแบ็กจำเป็นเวลาที่ คล็อปป์ ต้องการ และผลงานก็ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

       กรณีนี้ก็คล้ายๆ กับ ดไวท์ แม็คนีล กองกลางดาวรุ่งของเบิร์นลี่ย์ ที่มีคุณสมบัติสามารถลงทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายก็ได้หาก คล็อปป์ ดึงตัวมาร่วมทีม แต่กระนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ค่าตัวของเขาจะแพงกว่า วอร์ด-พราวส์ แถมศักยภาพอาจจะไม่สามารถคุมแดนกลางได้เหมือนกับ มิลเนอร์

       จากการพูดคุยกับ จอช วิลเลี่ยมส์ นักวิเคราะห์ประจำถิ่นแอนฟิลด์ ระบุว่าเหตุผลที่ คล็อปป์ ควรจะดึง วอร์ด-พราวส์ มาเสริมทัพ "วอร์ด-พราวส์ เล่นลูกเซตพีซได้ดีเยี่ยมมากๆ คุณไม่มีทางหาใครที่เจ๋งกว่าเขาในลีกแล้ว ผมจินตนาการออกเลยว่าเขาจะไปรับบอลตรงพื้นที่ที่มีที่ว่างไม่มากนักได้ ซึ่ง เทรนต์ ก็ต้องเจอแบบนั้น และสามารถเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ"

       "การเปิดบอลแบบนั้นเป็นเหมือนฝันสำหรับแนวรุกในการที่จะจบสกอร์ หากมองในแง่ของสไตล์การเล่นตามธรรมชาติของเขา แม้ว่าเขาจะมีเทคนิคในแบบนักเตะกองกลาง แต่ผมคิดว่าหากจับเขาเล่นเหมือนกับ เทรนต์ ซึ่งมีส่วนสำคัญมากๆ กับเกม และเขาสามารถเปิดบอลได้น่ากลัวพอๆ กัน"

       อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า วอร์ด-พราวส์ เคยเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กมาพอสมควร ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา

       ในขณะเดียวกันดาวเตะ "นักบุญ" สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในเมืองผู้ดี นับตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2012 เขาซัดฟรีคิกเข้า 5 ประตูตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2015/16 เทียบเท่ากับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตเพลย์เมกเกอร์ "หงส์แดง" ที่ทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

       ฤดูกาลนี้ วอร์ด-พราวส์ ซัดไปแล้ว 4 ประตู และ 3 แอสซิสต์ แต่สถิติที่ดีที่สุดของเขาอยู่ที่การเข้าสกัดโดนบอลโดยมีค่าเฉลี่ย 2.5 ต่อเกม ที่จริงแล้วซีซั่นก่อนเป็นฤดูกาลที่เขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอลสูงที่สุดในอาชีพการเล่นที่ 1.4 ครั้งต่อเกม แต่ในฤดูกาลนี้เขาทำได้ดีกว่านั้นถึงขนาดเฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ

       "เทคนิคของเขาชั้นยอดเลย มันไม่ดีแน่สำหรับผู้รักษาประตูที่ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้น ขณะที่ พราวซี่ย์ ก้าวเท้าไปยิงฟรีคิก แต่เขาก็ยังทำเกมได้อย่างวิเศษด้วย และยังต่อสู้แย่งบอลไปทั่วทั้งสนามด้วย พราวซี่ย์ เป็นเครื่องจักร เขาวิ่งไปทั่ว และไม่เคยเหนื่อย"  ฮาเซนฮัทเทิล กล่าวชมลูกศิษย์คนเก่ง

        หากต้องถูกจับไปเล่นแบ็กขวาแน่นอนว่า วอร์ด-พราวส์ คงต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร แต่จากข้อมูลที่เห็นแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ โดยเฉพาะเซนต์เกมรุกซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ "เจ้าหนูเทรนต์" ได้เป็นอย่างดี

        จุดด้อยของ วอร์ด-พราวส์ ซึ่งเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน 269 เกม และยิงไปแล้ว 23 ประตูกับ 33 แอสซิสต์ ก็คือเขาเล่นเกมรับไม่ค่อยดีนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเมื่อต้องรับมือกับคู่แข่ง เพราะนักเตะสามารถที่จะปรับตัวได้

        ในขณะเดียวกันช่วงซัมเมอร์นี้ อดัม ลัลลาน่า ก็เตรียมที่จะลา "หงส์แดง" ส่วน มิลเนอร์ ก็อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพพ่อค้าแข้งเนื่องจากอายุ 34 ปีแล้ว และคงเล่นได้อีกหนึ่งหรือสองซีซั่น ดังนั้น สตาร์ "เดอะ เซนต์ส" จึงสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มในแผงมิดฟิลด์ รวมทั้งการมีโควตานักเตะอังกฤษอยู่ในทีมเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกฎพรีเมียร์ลีก ที่ต้องมีผู้เล่นโฮม โกรน (ผู้เล่นท้องถิ่น) อย่างน้อย 8 จาก 25 นักเตะในทีม

         หาก วอร์ด-พราวส์ ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล จริงๆ ถือเป็นการเสริมทัพที่ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะจะได้นักเตะสารพัดประโยชน์ที่เหมาะสไตล์ของ คล็อปป์ จริง

หงส์ว่าไง!ไลป์ซิกพร้อมปล่อย “แวร์เนอร์” หากได้ค่าฉีกสัญญา



สื่อผู้ดีตีข่าว แอร์เบ ไลป์ซิก ยินดีไม่มีปัญหาที่จะปล่อย ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มฮอต ไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล หากพร้อมจ่ายเงินจำนวน 52 ล้านปอนด์เป็นค่าฉีกสัญญาก่อนที่จะหมดในช่วงกลายเดือนมิถุนายนนี้ แต่งานนี้ "เดอะ เร้ดส์" ไม่สนใจเพราะจะรอจนกระทั่งค่าฉีกสัญญาหมด

         แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี พร้อมที่จะขาย ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่ง ให้กับ ลิเวอร์พูล ถ้าหากทัพ "หงส์แดง" กล้าควักกระเป๋าค่าฉีกสัญญาจำนวน 52 ล้านปอนด์ (ราว1,976 ล้านบาท) จากการรายงานของสกายสปอร์ตส์ สื่อดังในอังกฤษ

         แวร์เนอร์ ซึ่งมีค่าฉีกสัญญาสอดแทรกตอนที่เขาขยายสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดจนถึงปี 2023 เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เคยออกมายอมรับว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความสนใจจากทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์

         อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ไม่สนใจที่จะทุ่มเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อคว้าตัว แวร์เนอร์ เพราะรู้ว่าค่าฉีกสัญญาของนักเตะซึ่งแต่เดิมจะหมดลงในเดือนเมษายน  แต่ต้องขยายออกเนื่องจากปัญหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาย จะหมดลงในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

         ทั้ง หัวหอกทีมชาติเยอรมนี เกือบจะได้ย้ายไปเป็นสมาชิกทัพ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เมื่อซัมเมอร์ด้วยค่าตัวแค่ 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,330 ล้านบาท) และยักษ์ใหญ่แห่งลีกเมืองเบียร์ ยังคงสนใจจะเซ็นสัญญากับเขาอยู่เสมอ

เอลเลียตต์รับอยากเป็นตำนานหงส์เหมือนเจอร์ราร์ด

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ดาวรุ่งของ"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เผยว่าตัวเองมีความพยายามที่จะเป็นตำนานของสโมสรให้เหมือนกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด พร้อมระบุมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นไอดอล

    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คว้าตัว ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ จากฟูแล่ม ตั้งแต่ที่ตัวนักเตะอายุแค่ 16 ปี และทำสถิติเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดของสโมสรที่ลงเล่นในทีมชุดใหญ่

    ดาวรุ่งวัย 17 ปี เผยผ่านเว็บไซต์ทางการของ ลิเวอร์พูล ว่าจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้เป็นตำนานของทีมเหมือนกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ อดีตยอดกัปตันทีม "ผมมุ่งมั่นจะเป็นเหมือน สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับการเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ให้ได้เหมือนเขา"

     "ผมต้องจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับสโมสรที่วิเศษแบบนี้"

    "สำหรับผม มันคือสิ่งที่ผมอยากจะมุ่งมั่นและผมอยากจะช่วยสโมสรในทุกๆ ทางที่เป็นไปได้เพื่อประสบความสำเร็จสิ่งเหล่านั้น"

    นอกจากนี้ เอลเลียตต์ ที่ได้ประเดิมสนามบนเวทีพรีเมียร์ลีก ในเกมเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ตอนที่ถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์  ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาของตัวเอง "การดูเขาที่มีตำแหน่งเดียวกับผมแล้วล่ะก็ ผมน่ะยกให้เขาเป็นไอดอลเลย ทั้งการได้ร่วมซ้อมกับเขา ผมเรียนอะไรหลายอย่างจากเขามากๆ "

    "แม้แต่ตอนอยู่ในยิมก็ตาม เขาบอกผมให้เล่นน้ำหนักเพิ่ม เขาบอกผมให้ฝืนตัวเองขึ้นอีก ดังนั้นการมีเขาอยู่ในทีมและอยู่ท่ามกลางบรรดานักเตะดาวรุ่ง เขาถือว่ามีอิทธิพลเอามากๆ มันเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงเลยล่ะ"

จริงดิ?คล็อปป์ลงทุนขนาดนี้เพื่อให้ลิเวอร์พูลได้เอ็มบั๊ปเป้

จริงหรือมั่ว? สื่อเมืองน้ำหอม เผยปฎิบัติการณ์ลับของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในภารกิจปาดหน้า เรอัล มาดริด ดึง คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ให้จงได้
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ลงทุนต่อโทรศัพท์สายตรงไปคุยกับคุณพ่อของ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อกล่อมให้ลูกชายย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ตามรายงานจาก เลอ10 สปอร์ต สื่อกีฬาของฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม "หงส์แดง" เล็งทุ่มเงิน 250 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ซื้อ เอ็มบั๊ปเป้ วัย 21 ปี หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ เรอัล มาดริด แถม ไนกี้ สปอนเซอร์ชุดแข่งยังพร้อมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของดาวเตะชาวฝรั่งเศส ให้ด้วย

    ล่าสุดสื่อเมืองน้ำหอมก็ช่วยกระพือข่าว ด้วยการบอกว่า กุนซือชาวเยอรมัน โทรศัพท์ไปหา วิลฟรีด เอ็มบั๊ปเป้ บิดาของหัวหอก เปแอสเช โดยหวังโน้มน้าวให้ลูกชายย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" มากกว่าไปเล่นให้ "ราชันชุดขาว" ที่มีข่าวอยากได้ตัวไปร่วมทีมเหมือนกัน

    ก่อนหน้านี้ไม่นาน เฌโรม โรเต็น อดีตปีกทีมชาติฝรั่งเศส เพิ่งออกมาเผยว่า เอ็มบั๊ปเป้ เกือบตกลงย้ายซบ เรอัล มาดริด ในช่วงก่อนไวรัสโควิด-19 จะระบาด

    "ผมรู้จากแหล่งข่าวของสโมสรว่า ดีลระหว่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กับ เรอัล มาดริด ใกล้จะลุล่วงแล้ว แต่ด้วยมีเรื่องเกิดขึ้นก่อน (ไวรัสระบาด) ผมจึงมั่นใจว่า การย้ายของ เอ็มบั๊ปเป้ ไป เรอัล มาดริด ต้องเลื่อนไปก่อน" โรเต็น เผย

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ สั่งการ ลิเวอร์พูล ออกล่า 2 กองกลางตัวท็อป



เจอร์เก้น คล็อปป์ ตกเป็นข่าวอยากได้ตัว มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ บูบาการี ซูมาเร่ 2 กองกลางตัวท็อปของยุโรปมาร่วมงานกันที่ ลิเวอร์พูล ในซัมเมอร์นี้ ภายหลัง ดาวเตะทีมชาติโครเอเชีย ยังไม่โอเคในการเจรจาสัญญใหม่กับทาง อินเตอร์ ขณะที่ แข้งดาวรุ่งจากลีลล์ เองก็เป็นดาวรุ่งที่เขาชื่นชอบมากเป็นพิเศษ จากรายงานของ express.co.uk เมื่อ 30 เมษายน 2563

        สำหรับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ได้รับการจับตามองจากทีมใหญ่ ๆ มากมาย ภายหลังตัวนักเตะไม่สามารถเจรจาสัญญาใหม่กับต้นสังกัดได้ ส่วน บูบาการี ซูมาเร่ นั้นก็เป็นดาวรุ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบเป็นอย่างมาก และอยากได้ตัวมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ลิเวอร์พูล เพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า

        อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทาง กองกลางทีมชาติโครเอเชีย จะยังคุยสัญญาใหม่ของเขากับ อินเตอร์ ไม่คืบหน้า แต่ว่าสัญญาเดิมยังมีอยู่ และหาก หงส์แดง ต้องการได้ตัวไปร่วมทีมจริง ๆ ก็อาจจะต้องทุ่มเงินค่าฉีกสัญญามูลค่า 53 ล้านปอนด์ ขณะที่ ดาวรุ่งจากลีลล์วัย 21 ปี นั้น ก็ไม่ใช่ดีลที่ง่ายเลย เพราะว่ายังมีทั้ง แมนยู และ เรอัล มาดริด ที่คอยจ้องอยู่ตามเป็นมัน

        ทั้งนี้ นอกจากนักเตะทั้ง 2 รายในข้างต้นแล้ว ลิเวอร์พูล ยังตกเป็นข่าวอย่างหนักกับทาง ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี อีกด้วย จนถึงขั้นมีข่าวออกมาว่าตัวนักเตะพยายามขอขึ้นบัญชีขายกับทาง ไลป์ซิก อยู่

ตอบโจทย์แดนกลาง! 5 เหตุผล ลิเวอร์พูลควรเซ็น “มาร์เซโล่ โบรโซวิช”

ชื่อของ มาร์เซโล่ โบรโซวิช ห้องเครื่อง อินเตอร์ มิลาน ถูกนำมาเกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งจากผลงานในฤดูกาลนี้ ถือว่า โบรโซวิช เป็นนักเตะคนหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย และนี่คือ 5 เหตุผลที่จะช่วยสนับสนุนว่า ทำไม "หงส์แดง" ถึงควรคว้าตัว โบรโซวิช มาเสริมแกร่งแดนกลาง
 – ชากิรี่ กับ ลัลลาน่า กำลังจะไป

    เป็นที่ชัดเจนว่า หลังจบฤดูกาลนี้ แดนกลางคือสิ่งที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องเสริม เพราะ อดัม ลัลลานา ที่กำลังจะหมดสัญญา อำลาถิ่น แอนฟิลด์ แน่นอน ขณะที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน หลังจากที่ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ ดังนั้น โบรโซวิช ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

 
 – เล่นได้หลายบทบาท

 

    โบรโซวิช สามารถเติมเต็มแดนกลางได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ, มิดฟิลด์ตัวรุก, เพลย์เมกเกอร์ตัวต่ำ (deep-lying playmaker) และด้วยการเป็นมิดฟิลด์สไตล์ "บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์" (box-to-box) ทำให้หลายๆ คนนำเขาไปเปรียบเทียบกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด รวมถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด เพราะนอกจากบู๊สนั่นแล้ว ยังมีทีเด็ดในเรื่องลูกยิงไกลด้วย ซึ่งจุดนี้ ลิเวอร์พูล ขาดหายไปนาน นับตั้งแต่หมดยุคของ เจอร์ราร์ด และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

 
 – รุกก็ได้ รับก็ดี 

    ฤดูกาลนี้ โบรโซวิช ลงเล่นให้ทัพ "งูใหญ่" ไปแล้วรวมทุกรายการ 32 นัด ทำได้ 3 ประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกยิงไกลสุดสวยในเกมที่ อินเตอร์ พลิกอัด เอซี มิลาน 4-2 เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมี 6 แอสซิสต์ด้วย และด้วยการที่เจ้าตัวเล่นได้หลายบทบาทในแดนกลาง ทำให้ โบรโซวิช ทำได้ดีทั้งเกมรุกและรับ โดยนอกจากยิงประตูได้ดีและผ่านบอลแม่นยำระดับ 89% แล้ว เจ้าตัวยังมีสถิติตัดบอลจากฝ่ายตรงข้ามถึง 42 ครั้ง และมีเปอร์เซนต์ชนะในการเข้าแท็กเกิ้ลและดวลลูกกลางอากาศสูงกว่า 50% ทั้งสองอย่างด้วย

 – วิ่งไม่มีหมด

 

    จุดนี้น่าจะโดนใจ คล็อปป์ เพราะสถิติจากศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ โบรโซวิช วิ่งเฉลี่ยต่อเกมเป็นระยะทางถึง 12.535 กิโลเมตร ซึ่งทั้ง 20 สโมสรในลีก ไม่มีนักเตะคนไหนวิ่งเฉลี่ยแตะหลัก 12 กิโลเมตร เลย นอกจากตัวเขา!!! ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า ดาวเตะเลือดโครแอตวัย 27 ปีคนนี้ ฟิตและอึดมากๆ 

 – ค่าตัวกำลังสวย

    ด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ทำให้แต่ละสโมสรจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยอย่างมีสติ และต้องคิดให้ดีก่อนลงทุน ดังนั้นการทุ่มเงินซื้อนักเตะค่าตัวระดับ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,100 ล้านบาท) จึงไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่กับ โบรโซวิช นั้น ว่ากันว่าเขามีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,173 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับคุณภาพฝีเท้า และประสบการณ์ของเจ้าตัวที่ผ่านการรับใช้ทีมชาติโครเอเชียมาแล้ว 51 นัด (ทำ 6 ประตู)

สื่อแฉ !! ซาดิโอ มาเน่ ไม่พอใจ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเชียร์ ฟาน ไดจ์ค คว้า บัลลง ดอร์



ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลไม่พอใจที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะสนับสนุนให้เพื่อนร่วมทีมของเขา เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ เมื่อปลายปีที่แล้ว จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563

        เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดบนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะคว้าแชมป์สมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ ส่งผลให้แข้งหงส์แดงมีชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลง ดอร์ 2019 หลายรายด้วยกัน และเป็น เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ที่มีคะแนนโหวตสูงถึงอันดับที่ 2 เป็นรองเพียง ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์ บาร์เซโลนา คนเดียวเท่านั้น

        แม้รางวัลดังกล่าวจะประกาศไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่า ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ดูเหมือนยังไม่แฮปปี้ในตัว เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังออกโรงเชียร์ให้ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ ซึ่งสวนทางกับ มาเน่ ที่เขารู้สึกว่าตัวเขาก็ทำงานหนัก และมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ทีมสามารถคว้าแชมป์ยูซีแอลมาครองได้

        แต่กุนซือชาวเยอรมันกลับเลือกที่จะกล่าวชื่นชมพร้อมกับสนับสนุนปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ว่าเหมาะสมกับรางวัล บัลลง ดอร์ ที่สุดแล้ว ทำให้ มาเน่ รู้สึกไม่ดีอย่างมากกับคำพูดที่ออกจากปาก เจอร์เก้น คล็อปป์ จากการรายงานของ France Football สื่อชื่อดังประเทศฝรั่งเศส

        ทั้งนี้ ดาวเตะวัย 28 ปี ตกเป็นข่าวว่าเตรียมย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมี เรอัล มาดริด และ เปแอสเช ให้ความสนใจดึงสตาร์หงส์แดงไปร่วมทีม

ใช้งานได้ทันที! 6 ข้อดีที่ลิเวอร์พูลควรซิว”วิลเลี่ยน” ร่วมทัพ



"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่อยู่ดีๆ ก็มาแรงในการแย่งชิงตัว วิลเลี่ยน ปีกจอมพลิ้วชาวบราซิเลียน ที่กำลังจะหมดสัญญากับ เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้ เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังเจรจาอยู่กับ วิลเลี่ยน แถมมีการยื่นข้อเสนอสุดงามให้ตัวนักเตะพิจารณาแล้วด้วย และนี่คือ 6 เหตุผลที่ชี้ว่า ดาวเตะวัย 31 ปี น่าจะเป็นการเสริมทัพที่ดีสำหรับทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์

 – ของฟรีไงล่ะ
ของฟรีแถมดี ใครบ้างจะไม่ชอบ เพราะด้วยคุณภาพฝีเท้าระดับ วิลเลี่ยน แล้ว ถ้ามีโอกาสเซ็นฟรี ก็ควรจะคว้าตัวมาร่วมก๊วนให้ได้ ถือเป็นดีลที่น่าจะลองเสี่ยง ซึ่งถ้าหากช้าก็อาจจะถูกสโมสรอื่นตัดหน้าได้ เพราะทั้ง บาร์เซโลน่า, อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต่างกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

– ใช้งานได้ทันที
 อยู่กับ เชลซี มานานถึง 7 ฤดูกาล ลงฟาดแข้งในเกม พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 226 เกม (329 นัด รวมทุกรายการ) ดังนั้น วิลเลี่ยน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เสียเวลาในลีกแห่งนี้ และสามารถถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ เรียกใช้งานได้ทันที หากได้ย้ายมาสวมยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" จริง

 – เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ไม่ยาก
 นอกจากไม่ต้องปรับตัวกับเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแล้ว ในทัพ "หงส์แดง" ชุดนี้ยังอุดมไปด้วยแข้งแซมบ้าอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ด้วย ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ วิลเลี่ยน คงจะมีความสุขกับการค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ และที่สำคัญคือ ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยพูดแล้วว่า อยากอยู่โลดแล่นในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อไป ต่อให้ต้องย้ายออกจาก เชลซี ก็ตาม

 – ประสบการณ์โชกโชน
ด้วยวัย 31 ปี วิลเลี่ยน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยค้าแข้งกับ โครินเธียนส์, ชัคตาร์ โดเน็ตสค์ และ อันจิ มาคัชคาล่า ถือเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์มากมายในการเล่นฟุตบอลทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ โดยเฉพาะกับ เชลซี นั้น เขาได้แชมป์มาเพียบ ทั้ง พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 1 สมัย ส่วนกับทีมชาติบราซิล เขาก็มีสถิติลงเล่นไปแล้ว 70 นัด (9 ประตู) แถมเป็นหนึ่งในขุนพล "เซเลเซา" ชุดคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา เมื่อปีก่อน ร่วมกับ อลีสซง และ ฟีร์มีโน่ ด้วย ดังนั้น วิลเลี่ยน จึงเก๋าเกมแน่นอน สำหรับการแข่งขันระดับสูง 

– เพิ่มมิติเกมรุก
เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจะถูกใจ คล็อปป์ เพราะ วิลเลี่ยน สามารถเติมเต็มได้หลายจุดในแนวรุก เนื่องจากเจ้าตัวเล่นได้ทั้งปีกและมิดฟิลด์ตัวรุก แถมมีความสามารถรอบตัวทั้งทักษะ, ชั้นเชิง, การทำประตู และสร้างโอกาสให้เพื่อนจบสกอร์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีด้วย ดังนั้น วิลเลี่ยน จึงถือเป็นดีลที่น่าลองไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ กับ อดัม ลัลลานา เตรียมอำลาถิ่น แอนฟิลด์

 – โคตรฟิต
ตลอด 7 ฤดูกาลกับ เชลซี นั้น วิลเลี่ยน มีประวัติเดี้ยงน้อยมาก เพระในแต่ละฤดูกาล เจ้าตัวมีสถิติลงเล่นแทบจะเต็มซีซั่น โดยไล่ตั้งแต่ฤดูกาล 2013/14 เจ้าตัวลงเล่น 42 นัด, 2014/15 : ลงเล่น 49 นัด, 2015/16 : ลงเล่น 49 นัด, 2016/17 : ลงเล่น 41 นัด, 2017/18 : ลงเล่น 55 นัด, 2018/19 : ลงเล่น 56 นัด และฤดูกาลปัจจุบันลงเล่นไปแล้ว 37 นัด ซึ่งจากตัวเลขเหล่านี้ วิลเลี่ยน ถือเป็นนักเตะที่ฟิตมากๆ คนหนึ่ง