เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ! เหตุผลที่ คล็อปป์ ควรดึงมาเสริมทัพ ลิเวอร์พูล

ช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาดูเหมือน ลิเวอร์พูล จะผูกมิตรสัมพันธ์กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นอย่างดี เพราะ "หงส์แดง" มักจะดึงนักเตะฝีเท้าพระกาฬจากทัพ "นักบุญ" มาเสริมแกร่งหลายต่อหลายคน แถมแต่ละคนก็ทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ ซะด้วย
         เอาเฉพาะแค่พอจำๆ ได้ก็มี ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อดัม ลัลลาน่า, นาธาเนียล ไคลน์ และ เดยัน ลอฟเรน เป็นต้น นักเตะเหล่านี้ผ่านการขัดเกลาฝีเกือกจากค่าย "เดอะ เซนต์ส" ก่อนจะมาโด่งดังเป็นทวีคูณเมื่อย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

         อย่างไรก็ตามช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ไม่ได้แวะเข้าไปเคาะประตูถิ่นเซนต์ แมรี่ส์ เพื่อเสาะหาแข้งชั้นดีของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ที่พวกเขาพรากยอดกองหลังเลือดดัตช์อย่าง ฟาน ไดค์ มาร่วมทัพเมื่อเดือนมากราคม 2018

         แต่ตอนนี้ดูเหมือนเหล่าแฟนคลับ "นักบุญ" ต้องมีอาการขนแขนยังขนทุกส่วนลุกซู่อีกครั้ง เมื่อ คล็อปป์ ชำเลืองเมียงมองพร้อมหมายตานักเตะรายหนึ่งที่ฟอร์มประทับใจกุนซือชาวเยอรมันอย่างมาก และจับตาแข้งรายนี้มานานพอสมควร เพราะฟอร์มการเล่นและสไตล์เข้ากับระบบ "เกเก้นเพรสซิ่ง" อย่างมาก

         เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กองกลางร่างเล็กใจใหญ่ คือผู้เล่นจากรัง "นักบุญ" รายล่าสุด ที่ คล็อปป์ หมายตาเอาไว้  โดยนักเตะรายนี้เป็นคีย์แมนสำคัญของ เซาธ์แฮมป์ตัน นับตั้งแต่ปี 2012 เมื่อเจ้าตัวแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรก

        หลายคนมองว่า มิดฟิลด์เจ้าของส่วนสูง 173 เซนติเมตร ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ แต่เมื่อดูจากข้อมูลของนักเตะแล้วต้องบอกเลยว่า  วอร์ด-พราวส์ อาจจะเป็นตัวเลือกสำคัญที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม อยากได้มาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

        วอร์ด-พราวส์ มักจะถูกจับเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งเป็นตำแหน่งประจำของเขากับ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยหากมองจากตำแหน่งนี้ "หงส์แดง" อัดแน่นไปด้วยแข้งคุณภาพอย่าง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ นาบี เกอิต้า

        กระนั้น ดาวเตะวัย 25 ปีอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ คล็อปป์ อยากดึงมาเล่นในแผงมิดฟิลด์ เพราะ วอร์ด-พราวส์ มีศักยภาพในตำแหน่งอื่นด้วย นั่นก็คือ "ฟูลแบ็ก" ซึ่งเขาลงทำหน้าที่นี้มากว่า 500 นาทีในยุคของ ราล์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล กุมบังเหียน "นักบุญ" ในฤดูกาลนี้

        อย่างลืมว่า คล็อปป์ เป็นกุนซือที่สายตาเฉียมคมมากๆ ในการดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ยกตัวอย่าง ไวนัลดุม ตอนที่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาเล่นให้ ลิเวอร์พูล เขามาในฐานะผู้เล่นหมายเลข 10 (เพลย์เมกเกอร์) แต่แล้วไง แข้งเลือดดัตช์ไม่เคยได้เล่นในบทบาทนั้นเลย และกลายเป็นว่าทำหน้าที่อย่างสุดยอดในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ บางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ ได้ไม่มีที่ติด้วย

        ฉะนั้น  วอร์ด-พราวส์ มีโอกาสอย่างมากที่ คล็อปป์ เลือกที่จะดึงมาร่วมทีมเพื่อทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะด้วยการเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์จึงเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เขาจะพัฒนาศักยภาพให้ได้เห็นกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
 
       จริงๆ แล้ว วอร์ด-พราวส์ น่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ เจมส์ มิลเนอร์ ได้อย่างลงตัวเช่นกัน เพราะจากสถิติของ จอมเก๋าเลือดผู้ดี เขาพร้อมที่จะลงทำหน้าที่ในตำแหน่งฟูลแบ็กจำเป็นเวลาที่ คล็อปป์ ต้องการ และผลงานก็ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

       กรณีนี้ก็คล้ายๆ กับ ดไวท์ แม็คนีล กองกลางดาวรุ่งของเบิร์นลี่ย์ ที่มีคุณสมบัติสามารถลงทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายก็ได้หาก คล็อปป์ ดึงตัวมาร่วมทีม แต่กระนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ค่าตัวของเขาจะแพงกว่า วอร์ด-พราวส์ แถมศักยภาพอาจจะไม่สามารถคุมแดนกลางได้เหมือนกับ มิลเนอร์

       จากการพูดคุยกับ จอช วิลเลี่ยมส์ นักวิเคราะห์ประจำถิ่นแอนฟิลด์ ระบุว่าเหตุผลที่ คล็อปป์ ควรจะดึง วอร์ด-พราวส์ มาเสริมทัพ "วอร์ด-พราวส์ เล่นลูกเซตพีซได้ดีเยี่ยมมากๆ คุณไม่มีทางหาใครที่เจ๋งกว่าเขาในลีกแล้ว ผมจินตนาการออกเลยว่าเขาจะไปรับบอลตรงพื้นที่ที่มีที่ว่างไม่มากนักได้ ซึ่ง เทรนต์ ก็ต้องเจอแบบนั้น และสามารถเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ"

       "การเปิดบอลแบบนั้นเป็นเหมือนฝันสำหรับแนวรุกในการที่จะจบสกอร์ หากมองในแง่ของสไตล์การเล่นตามธรรมชาติของเขา แม้ว่าเขาจะมีเทคนิคในแบบนักเตะกองกลาง แต่ผมคิดว่าหากจับเขาเล่นเหมือนกับ เทรนต์ ซึ่งมีส่วนสำคัญมากๆ กับเกม และเขาสามารถเปิดบอลได้น่ากลัวพอๆ กัน"

       อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า วอร์ด-พราวส์ เคยเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กมาพอสมควร ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเขา

       ในขณะเดียวกันดาวเตะ "นักบุญ" สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดในเมืองผู้ดี นับตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2012 เขาซัดฟรีคิกเข้า 5 ประตูตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2015/16 เทียบเท่ากับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตเพลย์เมกเกอร์ "หงส์แดง" ที่ทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

       ฤดูกาลนี้ วอร์ด-พราวส์ ซัดไปแล้ว 4 ประตู และ 3 แอสซิสต์ แต่สถิติที่ดีที่สุดของเขาอยู่ที่การเข้าสกัดโดนบอลโดยมีค่าเฉลี่ย 2.5 ต่อเกม ที่จริงแล้วซีซั่นก่อนเป็นฤดูกาลที่เขามีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอลสูงที่สุดในอาชีพการเล่นที่ 1.4 ครั้งต่อเกม แต่ในฤดูกาลนี้เขาทำได้ดีกว่านั้นถึงขนาดเฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ

       "เทคนิคของเขาชั้นยอดเลย มันไม่ดีแน่สำหรับผู้รักษาประตูที่ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้น ขณะที่ พราวซี่ย์ ก้าวเท้าไปยิงฟรีคิก แต่เขาก็ยังทำเกมได้อย่างวิเศษด้วย และยังต่อสู้แย่งบอลไปทั่วทั้งสนามด้วย พราวซี่ย์ เป็นเครื่องจักร เขาวิ่งไปทั่ว และไม่เคยเหนื่อย"  ฮาเซนฮัทเทิล กล่าวชมลูกศิษย์คนเก่ง

        หากต้องถูกจับไปเล่นแบ็กขวาแน่นอนว่า วอร์ด-พราวส์ คงต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร แต่จากข้อมูลที่เห็นแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ โดยเฉพาะเซนต์เกมรุกซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ "เจ้าหนูเทรนต์" ได้เป็นอย่างดี

        จุดด้อยของ วอร์ด-พราวส์ ซึ่งเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน 269 เกม และยิงไปแล้ว 23 ประตูกับ 33 แอสซิสต์ ก็คือเขาเล่นเกมรับไม่ค่อยดีนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเมื่อต้องรับมือกับคู่แข่ง เพราะนักเตะสามารถที่จะปรับตัวได้

        ในขณะเดียวกันช่วงซัมเมอร์นี้ อดัม ลัลลาน่า ก็เตรียมที่จะลา "หงส์แดง" ส่วน มิลเนอร์ ก็อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพพ่อค้าแข้งเนื่องจากอายุ 34 ปีแล้ว และคงเล่นได้อีกหนึ่งหรือสองซีซั่น ดังนั้น สตาร์ "เดอะ เซนต์ส" จึงสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มในแผงมิดฟิลด์ รวมทั้งการมีโควตานักเตะอังกฤษอยู่ในทีมเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกฎพรีเมียร์ลีก ที่ต้องมีผู้เล่นโฮม โกรน (ผู้เล่นท้องถิ่น) อย่างน้อย 8 จาก 25 นักเตะในทีม

         หาก วอร์ด-พราวส์ ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล จริงๆ ถือเป็นการเสริมทัพที่ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะจะได้นักเตะสารพัดประโยชน์ที่เหมาะสไตล์ของ คล็อปป์ จริง

แต้มเฉลี่ยต่อเกม! ยูฟ่าแนะวิธีหาโควตาทีมลุยบอลยุโรป

ยูฟ่าแนะนำให้แต่ละลีกใช้การคิดแต้มเฉลี่ยต่อเกมมาเลือกทีมลุยบอลยุโรป ในกรณีที่ลีกนั้นกลับมาแข่งต่อไม่ได้แล้ว

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เสนอแนวทางสำหรับการเลือกโควตาหาทีมไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลหน้า กรณีที่ลีกไหนไม่สามารถกลับมาแข่งขันในฤดูกาลนี้ต่อได้ ด้วยการแนะนำให้ใช้การนับค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกม

ยูฟ่าเพิ่งจะจัดการประชุมครั้งล่าสุดผ่านทางวิดีโอคอลในวันนี้ (23 เมษายน) โดยยังคงยืนยันว่าต้องการให้แต่ละลีกนั้นได้กลับมาแข่งขันต่อจนจนฤดูกาลนี้ แต่ก็เน้นย้ำว่าสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่หากมีลีกไหนไม่สามารถกลับมาแข่งขันต่อจนจนซีซั่นได้ ยูฟ่าก็หาทางออกด้วยการแนะนำให้ใช้วิธีคิดคะแนนเฉลี่ยต่อเกม นั่นคือการนำจำนวนคะแนนที่ได้มาหารกับจำนวนที่ลงเล่นไปแล้ว

Where Chelsea would finish if the Premier League decided to award Champions League qualification based on points per game.

1. Liverpool – 2.83
2. Man City – 2.04
3. Leicester – 1.83
4. Chelsea – 1.66
5. Man Utd – 1.55
6. Sheffield Utd – 1.54

ยกตัวอย่างเช่น ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่จำนวน 2.83 (มี 82 แต้ม จาก 29 เกม) ตามด้วยอันดับสอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีค่าเฉลี่ย 2.04 (มี 57 แต้ม จาก 28 นัด), อันดับสาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีค่าเฉลี่ย 1.83 (มี 53 แต้ม จาก 29 นัด) และอันดับสี่ เชลซี ที่มีค่าเฉลี่ย 1.66 (มี 48 แต้ม จาก 29 นัด)

หรือหากว่าในกรณีที่ แมนฯ ซิตี้ โดนแบนห้ามไปเล่นบอลยุโรป ทีมที่มีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมอยู่ในอันดับห้าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จะได้โควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าแทน (ปีศาจแดงมีคะแนนเฉลี่ยต่อเกม 1.55 ด้วยการเก็บไป 45 แต้ม จาก 29 นัด)

ภาพล่าสุด จิ๋ว 600 ซี.ซี. อดีตพริตตี้ดาวเด่น ที่วันนี้แซ่บมาก

        สำหรับ จิ๋ว 600 ซี.ซี. ปัจจุบันอายุ 28 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักของแฟน ๆ หลังจากเป็นพริตตี้โชว์ตัวในงาน Motor Expo ปี 2017 และคลิปกระโดดสวย ๆ ของเธอที่มียอดวิวคนดูกว่า 6 ล้านวิว ก่อนภาพของเธอจะปรากฏเป็นข่าวตามเว็บไซต์ต่าง ๆ จนได้รับฉายาว่า จิ๋ว 600 ซี.ซี. และมีงานถ่ายแบบแฟชั่นเซ็กซี่ ๆ ตามมาอีกมากมายจนถึงวันนี้

ลิเวอร์พูลนับเงินรอ!นักการเมืองฝรั่งเศสชี้ค่าตัว “เอ็มบัปเป้” เหลือแค่ 40 ล้านยูโร

ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองดินแดนน้ำหอม คาดการณ์ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มีสิทธิ์ร่วมกราวรูดเหลือแค่ 35-40 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องจากวิกฤติไวรัสมรณะระบาด จนเศรษฐกิจตกสะเก็ดไปทั่วโลก ระบุในเวลานี้จะมีทีมไหนซื้อนักเตะด้วยค่าตัวตามราคาตลาดได้อีกละ
     ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองชาวฝรั่งเศส แสดงความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าแห่งอนาคต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเหลือเพียงแค่ 40 ล้านยูโร (ราว 1,400 ล้านบาท) เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก

     กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้ "เปแอสเช" โดยซัดรวมไปแล้ว 90 ประตูจากการเล่น 120 เกมในทุกรายการ ทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่รวมทั้ง เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีม

 


 

     ในปัจจุบันราคาตลาดของ เอ็มบัปเป้ ซึ่งได้รับการเชิดชูว่าเป็นนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่สุดในยุคนี้ มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านยูโร (ราว 7,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม โคห์น-เบนดิต มองว่าค่าตัวขนาดนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้ในยุคที่เศรษฐกิจพังพินาศจากการระบาดของโควิด-19

      โคห์น-เบนดิต ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภายุโรป กล่าวว่า "พรุ่งนี้ เอ็มบัปเป้ อาจมีค่าตัวแค่ 35-40 ล้านยูโร (ราว 1,225-1,400 ล้านบาท) ไม่ใช่ 200 ล้านยูโร มีทีมไหนจะซื้อเขาได้บ้างละ ? วิกฤติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการนำไปสู่ความไร้เหตุผลในวงการกีฬาอาชีพ มันก็เหมือนกับการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และทำให้ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่"

      "มันมีปัจจัยเรื่องกฎระเบียบต่างๆ  มันจะต้องมีแนวคิดที่ไปไกลกว่าการควบคุมเพดานค่าเหนื่อย การปฎิรูปจะไม่ใช่แค่ส่งผลกับค่าเหนื่อยนักเตะเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงเรื่องลิขสิทธิภาพลักษณ์ และค่าโฆษณาด้วย" โคห์น-เบนดิต ระบุ

ทำเอาเงียบ! โก๋อุ้ม ตอบกลับแฟนบอลเวียดนามสุดเจ็บหลังคอมเมนท์เกรียน

ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทยของทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ตอบกลับแฟนบอลเวียดนามได้อย่างสุดเจ็บด้วยภาพเป็นแชมป์เจลีกหลังจากถูกแฟนบอลเวียดนามรายหนึ่งมาคอมเมนท์แนวเกรียนๆในเฟสบุ๊คส่วนตัว
    โก๋อุ้ม ลงรูปในเฟสบุ๊คส่วนตัวในการออกกำลังกายที่บ้านผ่าน วีดีโอคอล พร้อมกับบรรดาเพื่อนร่วมทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ด้วยแคปชั่น "ขอให้ทุกคนสู้ไปด้วยกัน ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน และหวังว่าทั่วโลกจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วๆนี้ #ไลฟ์สดซ้อมและพูดคุยอยู่บ้านกับแฟนบอลมารินอส#familymarinos  Yokohama F.Marinos"

    แต่ทว่ามีแฟนบอลเวียดนามรายหนึ่งมาโพสต์แบบเกรียนๆในคอมเมนท์ ทำให้แบ็คซ้ายทีมชาติไทยจัดการตอบกลับด้วย ภาพการคว้าแชมป์เจลีก 2019 กับทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ทำเอาแฟนบอลเวียดนามคนดังกล่าวถึงกับเงียบไปเลย

 

รู้จักเจ้าหนูการ์เนอร์ดาวรุ่งแมนยูที่ว่าเจ๋งกว่ากรีนวู้ด-วิลเลี่ยมส์

ทำความรู้จักเจ้าหนู เจมส์ การ์เนอร์ กองกลางดาวโรจน์ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ เฟร็ด ประทับใจมากสุดในบรรดาแข้งยุคใหม่ของทีม
    เฟร็ด กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกย่องให้ เจมส์ การ์เนอร์ เป็นนักเตะดาวรุ่งของ "ปีศาจแดง" ที่ตนชื่นชอบ และประทับใจมากสุดยิ่งกว่า เมสัน กรีนวู้ด กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เสียอีก แม้ 2 รายหลังก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในทีมชุดใหญ่ฤดูกาลนี้แล้วก็ตาม

   

ชื่อ: เจมส์ การ์เนอร์
วันเดือนปีเกิด: 13 มีนาคม 2001
ตำแหน่ง: กองกลาง
สถานที่เกิด: เบอร์เคนเฮด, อังกฤษ
เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก:  23 พฤษภาคม 2018

    ผลงานกับทีมเยาวชน ยูไนเต็ด เป็นอย่างไรบ้าง

    การ์เนอร์ ประเดิมลงเล่นให้ทีม ยู-18 ของ "ปีศาจแดง" ในเกมพบ อาร์เซน่อล ก่อนเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก นอร์ท เมื่อฤดูกาล 2017/18

    การ์เนอร์ โชว์ฟอร์มโดดเด่น และได้มีโอกาสเป็นกัปตันทีมยู-18 และ คีแรน แม็คเคนน่า กุนซือของทีมก็เคยเสนอชื่อให้เขาเข้าชิงรางวัล จิมมี่ เมอร์ฟี่ ยัง เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ดส์ มาแล้ว ก่อนเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ทีมยู-23

    ประเดิมทีมชุดใหญ่

    การ์เนอร์ ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" เกมแรก ด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองแทน เฟร็ด นาที 89 ในนัดพบ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว

    สไตล์การเล่นและจุดเด่น

    การ์เนอร์ เป็นกองกลางตัวทำเกม คอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปสู่แดนหน้า รวมทั้งอ่านเกมได้เยี่ยม ผ่านบอลแม่นยำ และเติมขึ้นไปทำประตูได้ด้วย

    นอกจากนั้น การ์เนอร์ ยังเป็นนักเตะที่มีความเป็นผู้นำอีกด้วยหลังเคยเป็นกัปตันทีมตั้งแต่ชุดยู-18 จนมาถึงยู-23
   

    ตัวแทนทีมชาติอังกฤษ

    การ์เนอร์ เคยเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ "สิงโตจูเนียร์" ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2017

    ความรู้สึกหลังเซ็นสัญญาอาชีพกับ ยูไนเต็ด

    การ์เนอร์ เผยไว้ตอนเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกเมื่อปี 2018 ว่า "ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากที่ได้เซ็นสัญญาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด การเซ็นสัญญาที่ เอออน เทรนนิ่ง คอมเพล็กซ์ ยังคงเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผม แต่ในครั้งนี้มันพิเศษกว่ามาก ผมภูมิใจในตัวเอง และครอบครัวของผม แต่ผมคิดว่า มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ทั้งคุณแม่ คุณพ่อ ปูและย่ามีความภาคภูมิใจในช่วงเวลานี้"

    ใครคือไอดอล

    ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลาง "ปีศาจแดง" ที่เวลานี้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาฟฟ์โค้ชของทีมคือ ขวัญใจของเจ้าหนูการ์เนอร์ โดยเขาเคยพูดว่า "มันเป็นข่าวดีที่เขามาเป็นสตาฟฟ์โค้ช หวังว่าผมจะได้เรียนรู้จากเขาและทำงานกับเขา"

 

สื่อแฉ !! แมนยู อาจต้องขาย ลินการ์ด-ป็อกบา ระดมทุนซื้อ เจดอน ซานโช่

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนปล่อย ปอล ป็อกบา ออกจากทีมช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทีมที่ให้ความสนใจในตัวนักเตะ เพื่อหาเงินสมทบทุนซื้อ เจดอน ซานโช่ จากการรายงานของ Daily Mail สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2563

        เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอมือทองของ แมนยู เพิ่งจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า แม้สโมสรจะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง แต่สำหรับการใช้จ่ายเงินในตลาดนักเตะที่กำลังจะมาถึงในช่วงซัมเมอร์นี้นั้น ทีมจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง หลังมีข่าวลือว่าทีมพร้อมทุ่มไม่อั้นดึงตัว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมให้ได้

  Learn more
        โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า ปอล ป็อกบา ที่ยังคงมองหาโอกาสในการออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั้นอาจได้ย้ายทีมสมใจ รวมไปถึง เจสซี่ ลินการ์ด กองกลางวัย 27 ปี ที่ไม่อยู่ในแผนของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แล้ว หลัง แมนยู มีแผนปล่อยทั้งคู่ออกจากทีมช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเป็นการระดมทุนนำเงินไปคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม

        นอกจากนี้นักเตะอย่าง อันเดรียส เปเรยร่า, มาร์กอส โรโฮ และ คริส สมอลลิ่ง ก็เป็นผู้เล่นที่เข้าข่ายถูกปล่อยออกจากทีมในตลาดนักเตะที่จะถึงนี้เช่นกัน โดยทีมปีศาจแดงมองว่าทั้งสามคนมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำเงินจำนวนไม่น้อยให้กับสโมสรได้

        อย่างไรก็ตาม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตั้งราคาค่าตัวของ ซานโช่ ไว้ที่ 120 ล้านปอนด์ และจะไม่รับฟังข้อเสนอที่ต่ำกว่านี้ หากอยากได้ตัวนักเตะไปร่วมทีม

ระอุ “กาตาร์-ซาอุฯ” เสนอตัวจัด “เอเชียนเกมส์ 2030”



"ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล" ที่ปรึกษาประธานโอซีเอ และรองประธานคณะกรรมาธิการประสานงาน เผย กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็น 2 เมืองที่ยื่นเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 21 ในปี 2030 หลังครบกำหนดเส้นตายการรับสมัคร โดย โอซีเอ จะประชุมเพื่อตัดสินใจเลือกเจ้าภาพในวันที่ 29 พ.ย.นี้

วันที่ 24 เม.ย. 63 ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่ปรึกษาประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และรองประธานคณะกรรมาธิการประสานงาน กล่าวว่า หลังจากครบกำหนดเส้นตายการยื่นเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 21 ในปี 2030 เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีเพียง 2 เมืองที่ยื่นความจำนงเข้ามาอย่างเป็นทางการต่อโอซีเอ เจ้าของเกม ได้แก่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

สำหรับเอกสารการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพของทั้ง 2 เมือง ล้วนมีการแนบจดหมายรับรองจากรัฐบาลท้องถิ่น  และรัฐบาลกลางของแต่ละประเทศ เพื่อยืนยันการให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ที่ปรึกษาประธานโอซีเอ กล่าวว่า ทาง ชีค อาหมัด อัล-ฟาฮัด อัล-ซาบาห์ ประธานโอซีเอ ได้ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การเสนอตัวของทั้ง 2 ชาติเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อขบวนการขับเคลื่อนโอลิมปิกในเอเชีย และจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับโอซีเอ ในการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬารายการใหญ่ระดับโลก

ก่อนหน้านี้ กรุงโดฮา เคยเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์มาแล้ว 1 สมัย ในปี 2006 ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ยังไม่เคยจัดการแข่งขันรายการนี้มาก่อน ส่วนเอเชียนเกมส์ครั้งต่อไป คือ ครั้งที่ 19 จะจัดขึ้นที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ในปี 2022 และต่อด้วยเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมือง “ไอจิ-นาโกยา” ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2026

สำหรับการตัดสินเลือกผู้ชนะที่จะได้เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 21 ในปี 2030 จะมีขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่ของโอซีเอ ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ โดยจะเป็นการประชุมที่จัดขึ้นระหว่างการแข่งขันเอเชียน บีช เกมส์ ครั้งที่ 6 ที่เมืองซานย่า ประเทศจีน.

แนวรับโอเคแล้ว! 4 เหตุผลที่แมนยูไม่ควรเซ็น”คาลิดู คูลิบาลี่”

 ไม่ปฏิเสธว่า คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังร่างใหญ่ นาโปลี คือหนึ่งในบรรดาเซนเตอร์แบ็กตัวท็อปของโลกยุคปัจจุบัน และถือเป็นนักเตะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีข่าวเกี่ยวโยงด้วยมานาน แต่กระแสข่าวล่าสุดจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ระบุว่า "ปีศาจแดง" ไม่ได้มอง ปราการหลังทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นเป้าหมายหลักแล้ว สำหนับการเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ และนี่คือ 4 เหตุผลที่จะช่วยสนับสนุนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดถูกแล้ว

 – ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องเสริม

    การทุ่มเงิน 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ซื้อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ถือเป็นการตอบโจทย์เรียบร้อย เพราะ แม็กไกวร์ ได้เข้ามายกระดับคุณภาพเกมรับของ "ปีศาจแดง" ได้อย่างชัดเจน แถมตอนนี้จับคู่กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ได้อย่างแข็งแกร่งมากๆ ด้วย และต้องไม่ลืมว่า ในทีมตอนนี้ยังมีกองหลังอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เอริค ไบยี่, ฟิล โจนส์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, อักเซล ทวนเซเบ้, มาร์กอส โรโฮ (ปัจจุบันอยู่กับ เอสตูเดียนเตส แบบยืมตัว) และ คริส สมอลลิ่ง (ปัจจุบันอยู่กับ อาแอส โรม่า แบบยืมตัว) ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินไปกับการเสริมแนวรับหลังจบซีซั่นนี้ ควรเอาเงินไปเสริมแดนกลางและแดนหน้ามากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ สมอลลิ่ง มีโอกาสได้กลับมาอยู่กับทีมต่อ หลังฤดูกาลนี้ทำผลงานได้ดีกับ โรม่า (มีข่าวด้วยว่า โรม่า ไม่มีกำลังเงินซื้อขาด เพราะเจอผิดจาก โควิด-19) ขณะที่ ทวนเซเบ้ กับ โฟซู-เมนซาห์ ต่างก็เป็นกองหลังดาวรุ่งที่มีแววไปได้สวย
 

 – ค่าตัวแพง

     จะคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือ คูลิบาลี่ ถือเป็นนักเตะที่ราคาแพงทีเดียว แม้ตอนนี้มูลค่าไม่ได้แตะหลัก 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ต่อให้ค่าตัวปัจจุบันลดลงมาเหลือ 74 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) ตามข่าว ก็ถือว่ายังแพงอยู่ดี ดังนั้นถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้กองหลังตัวใหม่จริง ก็ควรจะมองหาทางเลือกอื่นที่ราคาย่อมเยาดีกว่า เพราะสภาพการเงินตอนนี้ก็ไม่เอื้อด้วย หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

 

– อายุไม่น้อย

    ด้วยการที่กำลังจะมีอายุครบ 29 ปี ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ถือว่า คูลิบาลี่ ไม่ใช่นักเตะอายุน้อยๆ แล้ว จริงอยู่ ที่วัยแบบนี้ถือเป็นช่วงที่นักเตะแต่ละคนกำลังอยู่ในช่วงพีก แต่การจะทุ่มเงินระดับ 70-80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,800-3,200 ล้านบาท) กับนักเตะวัยเกือบ 30 ปี คงไม่ใช่แนวคิดที่ดีนัก
 

 – ร่างกายเริ่มเปราะ

    ก่อนหน้านี้ คูลิบาลี่ มีสภาพร่างกายที่ฟิตมากๆ เล่นแทบจะเต็มซีซั่นกับ นาโปลี มาตลอด แต่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวกลับเจอปัญหาบาดเจ็บที่แฮมสตริงรุมเร้า จนเพิ่งลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 21 นัดเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงก่อนเจอ "โควิด-19" เจ้าตัวก็มาๆ หายๆ ตลอด เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นการเสี่ยงไม่น้อย หาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกคว้าเจ้าตัวมาร่วมก๊วนหลังจบฤดูกาลนี้

แฟนผีว่ายังไง! ริโอคาดการณ์ตัวจริงแมนยูฤดูกาล2020/21



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับนักเตะชื่อดังไม่ว่าจะเป็น เจดอน ซานโช่, แจ็ค กรีลิช, เจมส์ แมดดิสัน รวมถึง แฮร์รี่ เคน แต่คงต้องมารอดูกันว่าในตลาดนักเตะหลังจบฤดูกาลนี้ "ผีแดง" จะทุ่มเงินเสริมทัพจริงมากขนาดไหน ริโอ เฟอร์ดินาน ตำนานแนวรับของปีศาจแดง ก็ขอมาจัดทีมแมนฯยูไนเต็ดฤดูกาล 2020/21 โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่ทีมจะฟอร์มกระฉูดขึ้นอยู่กับนักเตะสองคนนี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ประสบความสำเร็จในตลาดซื้อขายไม่ว่าจะเป็นการคว้าตัว อารอน วาน-บิสซาก้า, แดเนี่ยล เจมส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หรือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งต่างทำผลงานน่าประทับใจในฤดูกาลนี้

    และเมื่อตลาดนักเตะช่วงจบฤดูกาลนี้ใกล้จะมาถึง ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตเซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ แมนฯยูไนเต็ด ก็เอ่ยปากถึงการที่ทีมมีโอกาสที่จะคว้าสตาร์ชื่อดังอย่าง เจดอน ซานโช่ เข้ามาร่วมทัพ

    โดย ริโอ เฟอร์ดินาน กล่าวว่า “ถ้าผมดูทีมในตอนนี้ เรามี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ พร้อม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยืนอยู่ในแผงกองกลางด้านหนึ่งส่วน ปอล ป็อกบา ก็ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง”

    “ขณะที่ แรชฟอร์ด เป็นกองหน้า, มาร์กซิยาล เป็นปีกซ้าย, แดเนี่ยล เจมส์ หรือถ้าเราซื้อ เจดอน ซานโช่ มาก็จะยืนทางฝั่งขวา”

    “คุณคงตอบผมไม่ได้หรอกว่า พวกกองกลางทีมอื่นจะคิดยังไง หากพวกเขาเล่นได้ท็อปฟอร์มพร้อมๆ กัน เราคงจะมีเกมที่สุดยอด และหยุดยากมากๆสำหรับเรา ดูคุณภาพของทีมนี้สิ มันน่าเหลือเชื่อมากๆ”

    “ถ้าพวกเขาสามารถหาจุดที่ลงตัวได้ มันน่าตื่นเต้นมากๆกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น”

     อย่างไรก็ตาม เฟอร์ดินานด์ ยอมรับว่าแผนการดังกล่าวนี้อาจจะไม่ได้ผลตามที่เขาคาดหวังไว้ โดยคนหนึ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญในทีมคือ ปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศสที่กำลังมีปัญหาเรื่องอนาคตในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดตอนนี้

    “เราจำเป็นต้องให้ ป็อกบา ฟิตเต็มถัง เราต้องการเขาอยู่ในทีมนี้เพื่อที่จะดูว่าเขาสามารถประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้หรือไม่ซึ่งรวมถึงนักเตะที่ โซลชา กำลังคว้าตัวมาด้วย”

    “มันขึ้นอยู่ ป็อกบา, โซลชา และอำนาจต่างๆในสโมสร เราคงต้องรอดดูกันต่อไป ผมอยากให้เขาอยู่กับทีมต่อไปเพราะผมเป็นแฟนแมนฯยูไนเต็ด ผมอยากเห็นเขาสวมเสื้อปีศาจแดงเพื่อให้เราสามารถแข่งขันในลีกและในรายการอื่นๆ”

แม้ว่าตำนานกองหลังผีแดงจะต้องการให้ ป็อกบา อยู่กับทีมต่อไป แต่เฟอร์ดินานพูดต่อว่าหากเขาอยู่ตรงนั้น เขาก็คงออกจากทีมเหมือนกัน

    “ถ้าผมเป็นป็อกบา และผมได้รับการปฏิบัติจากสื่ออย่างเดียวกับที่เขาโดน ผมก็คงพูดว่า -ผมไม่ต้องการสิ่งนี้ในชีวิต เข้าใจมั้ย-“

    “มันมีชีวิตที่มากกว่าการอยู่ที่นี่และถูกวิจารณ์ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้ลงเล่นด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในที่นี้ล่ะ? พูดตามความจริงเลยซึ่งผมว่าแฟนแมนฯยูไนเต็ดคงจะไม่ขอบคุณผม แต่ถ้าผมเป็นเขาผมคงคิดแบบนั้น"

    “ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคำวิจารณ์ที่เขาได้รับ และบางคำวิจารณ์มันก็เกิดขึ้นในสังคมโซเชียล มีเดียที่เราเห็น ซึ่งผมคิดว่ามันไร้สาระเหลือเกิน”