ส่อลุยลีกมะกัน!บาร์เซโลน่าพร้อมโละซัวเรซพ้นทีม

 

หลายสโมสรในลีกมะกันถึงกับตาลุกวาว เพราะล่าสุดมีข่าว บาร์เซโลน่า พร้อมแล้วที่จะโละ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกดาวดัง พ้นทีมหลังจบซีซั่นนี้ เพราะต้องการลดภาระเรื่องค่าใช้จ่าย

      บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะพิจารณาขาย หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งชาวอุรุกวัย หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก มาร์ก้า สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

      ถึงแม้ บาร์เซโลน่า กำลังมองหากองหน้าคนใหม่ แต่ก็มีการคาดเดากันว่า ซัวเรซ อาจจะได้อยู่ล่าตาข่ายในถิ่น คัมป์ นู ต่อไปในฤดูกาลหน้า ทว่าล่าสุด มาร์ก้า ระบุว่า บรรดาผู้บริหาร บาร์ซ่า ตัดสินใจที่จะรับพิจารณาข้อเสนอขอซื้อตัว ดาวยิงวัย 33 ปี เพราะต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเหนื่อยนักเตะ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอน หลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

       ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า หลายสโมสรในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ อดีตหัวหอก ลิเวอร์พูล ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยแย้มว่า ไม่ปิดโอกาสที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกเมืองลุงแซมเช่นกัน

      ทั้งนี้ ซัวเรซ ซึ่งย้ายมาจาก "หงส์แดง" เมื่อปี 2014 ลงเล่นให้ บาร์เซโลน่า ไปแล้วทั้งสิ้น 270 นัด กระหน่ำไป 191 ประตู

ถูกกว่านี้ได้อีก!เชลซียังเมินแม้บาร์เซโลน่าลดแหลกราคาคูตินโญ่

สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นกาตาลุนย่่า ระบุ บาร์เซโลน่า ต้องการเงินราว 90 ล้านยูโร เพื่อแลกกับการปล่อย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พ้นทีม ซึ่ง เชลซี ทีมที่มีข่าวกับ คูตินโญ่ มากที่สุด ไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินมากขนาดนั้น และ "สิงโตน้ำเงินคราม" ก็เชื่อว่าพวกเขามีโอกาสได้ คูตินโญ่ ในราคาถูกกว่านั้นด้วย
    บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางของทีมด้วยราคาราว 90 ล้านยูโร (ประมาณ 3,150 ล้านบาท) ตามรายงานของ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินสูงถึง 160 ล้านยูโร (ประมาณ 5,600 ล้านบาท) เพื่อดึง คูตินโญ่ ไปจาก ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับที่นั่นได้จนฤดูกาลนี้โดนปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งาน อย่างไรก็ตาม มันก็มีแนวโน้มว่า "เสือใต้" จะไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดเขาอยู่ดี โดยค่าตัวในเงื่อนไขดังกล่าวอยู่ที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท)

    เรื่องดังกล่าวทำให้ คูตินโญ่ ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยที่ เชลซี คือทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุด และมันก็ถึงขั้นมีรายงานว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" เปิดฉากเจรจากับ บาร์เซโลน่า แล้วด้วย

    ทั้งนี้ ราคาที่ บาร์เซโลน่า ตั้งเอาไว้นั้น ถือว่าถูกกว่าที่พวกเขาจ่ายไปเพื่อดึง คูตินโญ่ มาร่วมทีมถึง 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) ถึงกระน้้น เชลซี ก็ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินราว 90 ล้านยูโรอยู่ดี แลัวพวกเขาก็เชื่อด้วยว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้สุดท้ายแล้วยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ต้องยอมขายแข้งเลือดแซมบ้าในราคาที่ถูกกว่า 90 ล้านยูโร อย่างเช่นการที่เจ้าตัวอยากกลับมาเล่นในประเทศอังกฤษ และการที่ บาร์เซโลน่า ต้องการเงินเพื่อเอาไปล่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอก อินเตอร์ มิลาน เป็นต้น

โลกส่วนตัวสูง อินดี้ คลั่งเซ็กซ์! เพราะอะไร “โรมาริโอ” ต้องลาบาร์เซโลน่า?

ย้อนไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 1994 โรมาริโอ ได้ชูโทรฟี่เวิลด์ คัพ ร่วมกับ บราซิล หลังจากทำผลงานได้อย่างสุดยอดในซีซั่นแรกกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ซึ่งเขาช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ลา ลีกา และทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
          จากนั้นอีกประมาณปีกว่าๆ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ตัดสินใจอำลาถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากฟอร์มการเล่นไม่โดดเด่นเหมือนเดิม แต่ทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องในสนามเท่านั้น เพราะยังมีปัญหาไม่กินเส้นกับ ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ คู่หูถล่มประตู ด้วย

          ทุกคนยอมรับว่า โรมาริโอ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู หลังจากซัดไป 31 ประตูในซีซั่นสุดท้ายในลีกสูงสุดประเทศฮอลแลนด์ เขายังคงโชว์ฟอร์มชั้นยอดอย่างต่อเนื่องในสีเสื้อ "เลือดหมูน้ำเงิน" ด้วยการตะบันไป 30 ประตูในลีกแดนกระทิงดุ

          ซีซั่นนั้น บาร์เซโลน่า ซัดไป 91 ประตูส่งผลให้ทีมในยุคที่ โยฮัน ครัฟฟ์ กุมบังเหียนคว้าแชมป์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่

          อย่างไรก็ตามก่อนจบฤดูกาลดังกล่าว เริ่มเกิดรอยร้าวภายในปี และ สตอยช์คอฟ ได้เคยเตือนเกี่ยวกับพฤติกรรมของ โรมาริโอ กับเพื่อนร่วมทีม ไม่ไหวตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครยอมฟัง จนสุดท้ายทุกอย่างก็พังหมด

         "โรมาริโอ สนใจแค่สองเรื่องเท่านั้น : ฟุตบอล กับอึ๊บสาว ไลฟ์สไตล์ของโรมาริโอ เขามักจะทำเรื่องแบบนี้ และมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามากมายกับภรรยาของเขา" ตำนานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย กล่าวกับนิตยสารโฟร์โฟร์ทู

         ขณะเดียวกัน ฮอร์เก้ วัลดาโน่  อดีตผู้อำนวยการสโมสร เรอัล มาดริด แสดงความเห็นว่า "โรมาริโอ มีทักษะในการใช้ร่ายกายหลอกล่อได้อย่างสุดยอดเมื่ออยู่ในสนาม สุดท้ายเขาก็ต้องพบกับหายนะ เมื่อโกหกประธานสโมสรของเขาเพื่อออกไปเที่ยวกับสาวผลบลอนด์ 2 คน"

        ในฤดูกาล 1993/94 เป็นหนึ่งในซีซั่นที่ โรมาริโอ โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดกับ บาร์เซโลน่า เพราะเขาประสานงานกับ สตอยช์คอฟ ได้อย่างสุดยอด

 อย่างไรก็ตามหลังจบฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกา โรมาริโอ ไม่เคยกลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดกับ บาร์ซ่า ได้อีกเลย

        "โรมาริโอ ไม่เคยกลับมาเหมือนเดิมหลังจบฟุตบอลโลก ร่างกายของเขาอยู่ที่สโมสร แต่จิตใจยังอยู่ที่ริโอ" สตอยช์คอฟ กล่าว โดยความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และ ดาวเตะเลือดแซมบ้า  แยกไปซ้อมตามลำพัง แถมไม่ค่อยคุยกับเพื่อนร่วมทีมนับตั้งแต่กลับมาอยู่ร่วมกับต้นสังกัด

       "เขาแยกไปฝึกซ้อมคนเดียว และเราแทบไม่คุยกันเลย หลังจากนั้นพวกเราก็มีปากเสียงกัน เพราะผมไม่อยากให้เพื่อนๆ ของผมต้องเป็นแบบนี้ ผมพยายามเข้าไปแยกเขาออกจากคนอื่นๆ แต่ผมเซ็งสุดๆ มันไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย" บิ๊กตอย กล่าว

       ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ โรมาริโอ กับ ครัฟฟ์ ก็มีความสัมพันธ์ที่แย่ลงอย่างมาก ที่สำคัญนักเตะก็ไม่แคร์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำให้กุนซือชาวดัตช์ปวดเศียรเวียนเกล้า "เขาขาดระเบียบวินัย" ครัฟฟ์ เปิดใจในตอนนั้น

       สำหรับในกรณีนี้ โรมาริโอ ได้สวนกลับว่า "มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทะเลาะกับ ครัฟฟ์ และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ผมพูดในสิ่งที่ผมคิด และไม่มีใครเปลี่ยนจุดยืนของผมได้" หลังจากนั้นในเดือนมกราคม 1995 เขาก็เก็บข้าวของออกจากถิ่นคัมป์ นู

       โรมาริโอ ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงเวลาที่เล่นให้สโมสรในลีกบ้านเกิด โดยยิงประตูได้ถึง 113 เกม จาก 168 แมตช์ในลีกช่วงที่ค้าแข้งกับ ฟลาเมงโก้, วาสโก ดา กาม่า และ ฟูลมิเนนเซ่ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้เล่นแบบยืมตัวกับ บาเลนเซีย แต่ผลงานเทียบไม่ได้เลยกับช่วงเล่นสโมสรในลีกแซมบ้า

      ขณะเดียวกันหลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก โรมาริโอ ก็ยังช่วยชาติสอยแชมป์โกปา อเมริกา ในปี 1997 แต่น่าเสียดายที่ได้รับบาดเจ็บหนักทำให้พลาดโอกาสช่วยทัพ "เซเลเซา" คว้าแชมป์โลกสองสมัยติดต่อกันที่ฝรั่งเศส ปี 1998 (บราซิล แพ้ ฝรั่งเศส)

      เมื่อมองย้อนกลับไปเกี่ยวกับอาชีพพ่อค้าแข้งของ โรมาริโอ ต้องยอมรับว่าเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยม และยิงประตูได้มากมาย แต่หากเจ้าตัวมีระเบียบวินัย และทุ่มเทให้กับ บาร์เซโลน่า มากกว่านี้ คาดว่าความสำคัญคงหลั่งไหลมากมายมหาศาลแน่นอน

ใจนักเตะมาแล้ว!เรอัลมาดริดพร้อมทาบซื้อ “มาเน่”

สื่อดังปูด "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด พร้อมแล้วที่จะทาบซื้อ ซาดิโอ มาเน่ แข้งดาวดัง ลิเวอร์พูล หลังเห็นตัวนักเตะมีใจที่จะย้ายร่วมทีมด้วย
    เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าความเร็วสูงของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาร่วมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก ฟร้องซ์ ฟุตบอล สื่อลูกหนังของฝรั่งเศส เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา

    เชื่อกันว่า มาเน่ พร้อมพิจารณาที่จะย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด เพียงทีมเดียวเท่านั้น หากต้องโบกมืออำลาถิ่น แอนฟิลด์ และล่าสุด ฟร้องซ์ ฟุตบอล ระบุว่า "ราชันชุดขาว" พร้อมเช่นกันที่จะออกล่าตัว ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี มาวาดลวดลายในสังเวียนแข้ง ซานติอาโก เบร์นาเบว

    คาดกันว่า มาเน่ มีค่าตัวอยู่ที่ราว 132 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,412 ล้านบาท) โดยฤดูกาลนี้เจ้าตัวกระทุ้งไปแล้ว 18 ประตู จากการลงเล่นให้ "หงส์แดง" รวมทุกรายการ 38 นัด

ของดีทั้งนั้น! 5แข้งส่วนเกิน เรอัล มาดริด ที่หลายสโมสรน่าสอยไปชุบชีวิตใหม่

เรอัล มาดริด ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่เต็มไปด้วยแข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อดังมากมาย ซึ่งแน่นอนมันทำให้การแย่งตำแหน่งภายในนั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งทำให้มีผู้เล่นชื่อดังมากมายกลายเป็นส่วนเกินของทีมไม่ว่าจะด้วยผลงาน และเรื่องนอกสนาม อย่างไรก็ตามบรรดาผู้เล่นสำรองเหล่านี้สถานะอาจเปลี่ยนไปทันทีหากย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นที่พร้อมจะให้โอกาส และอาจเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้อีกครั้ง ส่วนจะมีใครบ้างนั้นเรายกชื่อ 5 นักเตะที่อยู่ในข่ายมาฝากกัน
แกเร็ธ เบล

    ปีกวานรตกเป็นข่าวเชื่อมโยงในการย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว มาพักใหญ่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาที่เขาใกล้เคียงจะย้ายไปร่่วมทัพ เจียงซู ซู่หนิง สโมสรดังในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีน แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น

    ฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 30 ปี ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้แม้จะได้รับโอกาสจาก ซีเนดีน ซีดาน ให้พิสูจน์ตัวเอง โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวทำได้เพียง 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 เกมในลา ลีกา เท่านั้น แถมยังถูกตั้งคำถามเรื่องความมุ่งมั่น และ ทัศนคติที่มีต่อทีมไม่ดีอีกด้วย

    โดยมีรายงานว่า มาดริด พร้อมปล่อย เบล ออกจากทีมแบบฟรีๆเช่นกันเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีทีมไหนที่ยอมให้ค่าเหนื่อยกับ เบล ตามที่เจ้าตัวต้องการ จากการที่ตอนนี้ดาวเตะชาวเวลส์ฟันค่าเหนื่อยกับ มาดริด อยู่ถึงสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์  ซึ่งการทำอย่างนี้ก็อาจจะช่วยทำให้ทีมอื่นๆ เอาเงินไปทุ่มเป็นค่าเหนื่อยของ เบล ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ฮาเมส โรดริเกซ

 

    หลังจากมิดฟิลด์ชาวโคลอมเบียกลับมาจากการยืมตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวก็แทบม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควรได้ลงเล่นเพียง 7 เกมในลา ลีกา เท่านั้น และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเขาจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ซีเนดีน ซีดาน แน่นอน

    ดาวเตะวัย 28 ปี มีแนวโน้มที่จะอำลาถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แบบถาวรหลังจบฤดูกาลนี้ โดยเชื่อกันว่า เอฟเวอร์ตัน, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ อาร์เซน่อล ต่างกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มาเรียโน่ ดิอาซ

    เรอัล มาดริด ใช้อ็อปชั่นซื้อกองหน้าทีมชาติโดมินิกันกลับมาจาก โอลิมปิก ลียง ด้วยค่าตัว 23 ล้านยูโร ตั้งแต่ ฤดูกาลที่แล้ว หลังย้ายไปโชว์ฟอร์มร้อนแรงในเมืองน้ำหอม

    อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 26 ปี ได้รับโอกาสลงเล่นเพียง 2 เกมเท่านั้นในลีก หลังจากการมาของ ลูก้า โยวิช ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นตัวเลือกสำรองเป็นอันดับ 3 เลยทีเดียวในตำแหน่งกองหน้า

ลูก้า โยวิช

    หัวหอกทีมชาติเซอร์เบีย ย้ายมาจาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวสูงถึง 60 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา แต่กลับเค้นฟอร์มเก่งไม่ออก และเพิ่งทำได้แค่ 2 ประตู จากการลงเล่นให้ "ราชันชุดขาว" รวมทุกรายการ 21 นัดในฤดูกาลนี้ ทั้งที่ฤดูกาลก่อนกับ แฟร้งค์เฟิร์ต กระทุ้งไปถึง 27 ประตู จาก 48 นัด จนเป็นแข้งเนื้อหอมสุดๆ

    มีรายงานว่าดาวเตะวัย 22 ปี ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ อาร์เซน่อล ที่พร้อมดึงตัวไปแทน ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ที่มีโอกาสที่จะย้ายออกไป หลังจากกองหน้าชาวกาบองยังไม่มีท่าทีที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่

ลูคัส บาสเกซ

    ปีกชาวสแปนิชเคยเป็นกำลังหลักให้ เรอัล มาดริด ในช่วงแรกที่ ซีเนดีน ซีดาน เข้ามากุมบังเหียน ช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามฟอร์มของดาวเตะวัย 28 ปี ดร็อปลงไปในระยะหลังจนทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นเพียง 14 นัดในลีกเท่านั้น

    บาสเกซ เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง และเปิดบออลจากด้านข้างได้ดี ซึ่งประสบการณ์ของเขาน่าจะย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นได้แบบสบายๆ

 

เชลซีจะจัดทัพอย่างไรหากได้คูตินโญ่บวก4นักเตะใหม่



ส่อง 11 ตัวจริง เชลซี ในซีซั่นหน้า หลังมีแววได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาเสริมทัพร่วมกับอีก 4 นักเตะใหม่

    เชลซี กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางทีมชาติบราซิล มาเสริมทัพสู้ศึกฤดูกาลหน้า หลังจากมีข่าวว่า บาร์เซโลน่า ต้นสังกัดใน ลา ลีกา สเปน เสนอขายนักเตะมาให้

    บาร์ซ่า ต้องการโละ คูตินโญ่ หลังทำผลงานไม่ดีตั้งแต่ซื้อมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 และในซีซั่นนี้โดนส่งไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมใช้งาน แต่เชื่อว่า "เสือใต้" ไม่ต้องการใช้เงื่อนไขซื้อขาด

นอกจาก คูตินโญ่ แล้ว เชลซี ยังสนใจดึง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตู เอซี มิลาน มาเฝ้าเสาแทน เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่ผลงานแย่ในฤดูกาลนี้ รวมทั้ง มุสซ่า เดมเบเล่ กองหน้า โอลิมปิก ลียง และ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้

    ก่อนหน้านี้ "สิงห์บลูส์" ได้ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางชาวโมร็อกโก มาเป็นนักเตะใหม่ในซีซั่นหน้าแน่นอนแล้ว หลังตกลงล่วงหน้าคว้ามาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยจะมาเริ่มร่วมงานกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้

    ส่วนนักเตะที่เตรียมอำลา เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้ก็น่าจะเป็นพวกที่กำลังจะหมดสัญญาอย่าง วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ เปโดร โรดริเกซ

คาดการณ์ 11 นักเตะตัวจริง เชลซี ในฤดูกาลหน้า (ระบบ 4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู: จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
กองหลัง: รีซ เจมส์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง: เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, ฮาคิม ซิเย็ค, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย
กองหน้า: มุสซ่า เดมเบเล่

11 ผู้เล่นตัวจริงแห่งทีมเพื่อน คริสเตียโน่ โรนัลโด้



คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21 หลังจากประสบความสำเร็จมากมายร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ ยูเวนตุส

ระหว่างทางที่ โรนัลโด้ ได้สร้างความยิ่งใหญ่ในเส้นทาลูกหนัง ใครกันคือเพื่อนร่วมทีมที่เล่นเคียงข้าง "ซีอาร์7" มากที่สุด ? เราจะพาชม 11 ผู้เล่นตัวจริงในแต่ละตำแหน่งที่เคยลงเล่นร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากที่สุด

ผู้รักษาประตู : อีเกร์ กาซียาส
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 228 นัด
อีเกร์ กาซียาส ตำนานผู้รักษาประตู เรอัล มาดริด ลงสนามเคียงข้าง โรนัลโด้ ไปมากถึง 228 นัด โดยทั้งคู่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ลา ลีกา ร่วมกัน

แบ็กขวา : เซร์คิโอ รามอส
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 339 นัด
แม้ว่าช่วงหลัง รามอส จะยืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กมาโดยตลอด แต่เขาก็เคยเล่นในตำแหน่งแบ็กขวามาก่อน แข้งทีมชาติสเปน คือผู้เล่นในแนวรับที่ใช้เวลาในสนามร่วมกับ โรนัลโด้ มากที่สุดในทัพ ราชันชุดขาว

เซ็นเตอร์แบ็ก : เปเป้
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 321 นัด
อดีตกองหลัง เรอัล มาดริด มีโอกาสลงเล่นกับ โรนัลโด้ มาอย่างยาวนานทั้งในสโมสร และทีมชาติโปรตุเกส โดยหนึ่งในความทรงจำที่ดีของทั้งคู่ก็คือการได้ชูถ้วยแชมป์ ยูโร 2016 ร่วมกัน

เซ็นเตอร์แบ็ก : ริโอ เฟอร์ดินานด์
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 221 นัด
ตำนานปราการหลัง แมนยู ย้ายมาอยู่ในถิ่น "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด" 1 ปีก่อนที่ โรนัลโด้ จะมาถึง ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ ก็ทำหน้าที่เป็นหัวใจในแนวรับของ ปีศาจแดง ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส เองก็เฉิดฉายเต็มที่ในแนวรุก

แบ็กซ้าย : มาร์เซโล่
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 332 นัด
มีผู้เล่นเพียง 2 คนเท่านั้นที่เล่นร่วมกับ โรนัลโด้ บ่อยกว่า ฟูลแบ็กชาวบราซิล โดย มาร์เซโล่ เป็นหนึ่งในเพื่อนซี้ของ "ซีอาร์7" ในทีม เรอัล มาดริด โดยเขาย้ายมาร่วมทัพ ราชันชุดขาว ก่อน โรนัลโด้ 2 ปี และมาถึงตอนนี้ก็ยังคงเล่นในถิ่น "ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว" อยู่ต่อไป

มิดฟิลด์ฝั่งขวา : อิสโก้
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 188 นัด
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ อิสโก้ เล่นกับ โรนัลโด้ บ่อยกว่ากองกลางซูเปอร์สตาร์ของ แมนยู และ เรอัล มาดริด บางคนด้วยซ้ำ แต่เมื่อดูจากตัวเลข 5 ปีที่ทั้งสองคนร่วมงานกันก็พอเข้าใจได้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : ซาบี อลอนโซ่
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 208 นัด
อลอนโซ่ ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์เดียวกับ โรนัลโด้ เมื่อปี 2009 และทั้งคู่ก็ประสานงานกันพาทีมชุดขาวคว้าแชมป์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

มิดฟิลด์ตัวกลาง : ลูก้า โมดริช
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 222 นัด
ไม่มีกองกลางคนไหนที่ได้เล่นเคียงข้าง โรนัลโด้ มากกว่า โมดริช อีกแล้ว ดาวเตะทีมชาติโครเอเชีย กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 10 ปีที่เบียด โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ ไปครองได้เมื่อเดือนมกราคม 2019

มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย : ไรอัน กิ๊กส์
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 204 นัด
เรากลับไปที่ แมนยู อีกครั้งเพราะตำแหน่งฝั่งซ้ายเป็นของ กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมด ลงเล่นร่วมกับ โรนัลโด้ นานถึง 6 ปี พร้อมพากันคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปถึง 3 หนในช่วงปี 2006-2009 รวมถึงแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2008

กองหน้า : เวย์น รูย์นี่
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 206 นัด
รูย์นี่ กับ โรนัลโด้ ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทั้งคู่คือ 2 แข้งแนวรุกที่โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงที่สุดในยุค 2000 และเช่นเดียวกับ กิ๊กส์ ความสำเร็จของ โรนัลโด้ กับ รูย์นี่ ก็คือแชมป์ พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และ ยูซีแอล 1 สมัย

กองหน้า : คาริม เบนเซม่า
ลงสนามร่วมกับ โรนัลโด้ : 342 นัด
ไม่มีนักเตะคนไหนที่เคยเล่นกับ โรนัลโด้ ได้มากกว่า เบนเซม่า หัวหอกชาวฝรั่งเศส ร่วมทัพ มาดริด พร้อมกับ "ซีอาร์7" ในปี 2009 ซึ่งทั้งคู่ลงสนามเคียงข้างกันมานานถึง 9 ปี และพากันคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปถึง 4 สมัย

ตัวสำรอง : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ (167 นัด), จอห์น โอเช (215 นัด), อัลบาโร่ อาร์เบลัว (201 นัด), ราฟาเอล วาราน (199 นัด), พอล สโคลส์ (183 นัด), ซามี เคดิร่า (173 นัด) และ กอนซาโล่ อิกวาอิน (172 นัด)

10 นักเตะชื่อดังที่ถูกลืมว่าเคยค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

รวม 10 นักเตะชื่อดัง ฝีเท้าดีที่ถูกลืม ว่าเคยแวะเวียนมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้จะลงเล่นเพียงไม่กี่นัด ไม่ได้มีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเป็นที่น่าจดจำ แต่ก็ได้ชื่อว่าเคยมาเล่นยังลีกสูงสุดเมืองผู้ดี จากการรายงานของ Daily Star สื่อชื่อดังต่างประเทศ

การทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการดึงตัวผู้เล่นชื่อดัง ฝีเท้าดีมาร่วมทีมเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลมานานแล้ว โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และแน่นอนว่าการที่ได้ตัวผู้เล่นเหล่านี้มาร่วมทีมย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงว่าจะทำผลงานกับทีมได้ดี

แต่ก็มีผู้เล่นชื่อดังจำนวนไม่น้อยที่สร้างชื่อเสียง พร้อมกับผลงานอันยอดเยี่ยมไว้มากมาย แต่กลับไม่สามารถแจ้งเกิดยังลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุของการปรับตัว การใช้ชีวิต การใช้งานของผู้จัดการทีม รวมไปถึงปัญหาอาการบาดเจ็บ จะมีใครบ้างนั้นมาดูกัน

10. ริคาร์โด้ กวาเรสม่า – เชลซี

ปีกตัวจี๊ดทีมชาติโปรตุเกสที่ได้รับการยกย่องว่ามีลีลาการลากเลื้อยที่ยอดเยี่ยมไม้แพ้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายมาร่วมทีม เชลซี ด้วยสัญญายืมตัวจาก อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2009 แต่เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งดั่งคำร่ำลือออกมาได้เลย กวาเรสม่า ลงเล่นให้ สิงห์บลูส์ เพียงแค่ 5 นัดเท่านั้นก่อนจะถูกส่งกลับให้ทีมงูใหญ่ในฤดูกาลต่อมา  

9. อเล็กซานเดร ปาโต้ – เชลซี

อดีตศูนย์หน้าวันเดอร์คิดส์ชาวบราซิล ที่ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ยอดทุ่มทุนถึง 13 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2007 ปาโต้ สามารถช่วยให้ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ ก่อนที่ดาวเตะบราซิลจะถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน ทำให้ฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย จนต้องย้ายทีมอยู่บ่อยครั้ง และเป็น เชลซี ที่ยืมตัวมาในช่วงสั้น ๆ แต่ ปาโต้ ก็แทบจะไม่ได้ลงสนามเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับความฟิต และได้ลงสนามเพียง 2 นัดเท่านั้น

8. เจอโรม บัวเต็ง – แมนเชสเตอร์ ซิตี้

กองหลังตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมัน เคยเป็นอดีตนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาล 2010-2011 หลังย้ายจาก ฮัมบูรก์ ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับทีมเรือใบสีฟ้าได้เลย ก่อนจะย้ายกลับไปเล่นกับทีมในบ้านเกิดอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และทำให้เขากลายเป้นกองหลังระดับโลกในที่สุด

7. ไมเคิล ไรซีเกอร์ – มิดเดิ้ลสโบรช์

ไรซีเกอร์ เป็นนักเตะชาวฮอลแลนด์ที่อยู่ในยุคทองของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอดัมส์ ในช่วงปี 1990 ก่อนที่แบ็กขวาชาวดัตช์จะย้ายไปคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน กับ บาร์เซโลนา ได้ถึง 2 สมัยด้วยกัน ก่อนจะย้ายมาร่วมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ แบบไร้ค่าตัวในปี 2004 และลงเล่นไปเพียง 22 นัด ทำได้ 1 ประตู

6. มิเชล ซัลกาโด้ – แบล็กเบิร์น โรเวอร์

อดีตแบ็กขวา เรอัล มาดริด ย้ายมาร่วมทีม แบล็กเบิร์น โรเวอร์ เมื่อปี 2009 ที่ตอนนั้นคุมทีมโดย แซม อัลลาไดช์ กุนซือที่นิยมชมชอบในแข้งสูงวัย โดยเจ้าตัวค้าแข้งกับทีมกุหลาบไฟเป็นเวลา 3 ฤดูกาลด้วย และลงเล่นไปเพียง 66 เกมเท่านั้น หลังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด
 
5. ดาร์โก โควาเซวิช – เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์

อดีตกองหน้าทีมชาติเซอร์เบีย ย้ายมาร่วมทีม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เมื่อฤดูกาล 1996 โดยเขาประเดิมสนามอย่างสวยหรูทำสองประตูใส่ โบลตัน ก่อนจะได้รับการคาดหมายว่าเป็นจะก้าวขึ้นมาเป็น นิว เลส เฟอร์ดินานด์ เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นผลงานของเจ้าตัวกลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหายก่อนจะอำลาทีมไปหลังจบฤดูกาล พร้อมฝากผลงานไว้ 4 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 16 นัด

4. ฮาคาน ซูเคอร์ – แบล็คเบิร์น โรเวอร์

ตำนานดาวยิงทีมชาติตุรกีย้ายมาร่วมทีม แบล็คเบิร์น โรเวอร์ เมื่อปี 2002/2003 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของทีม ภายใต้การคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์ โดยพวกเขาสามารถติดท็อปหกของลีกได้สำเร็จ โดยมีสองดาวเด่นอย่าง เดเมี่ยน ดัฟฟ์ และ ดไวท์ ยอร์ค เป็นกำลังสำคัญ ฮาคาน ซูเคอร์ เล่นให้กับ กุหลาบไฟ เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น โดยลงเล่นไปเพียง 9 นัด ทำได้ 2 ประตูก่อนย้ายกลับ กาลาตาซาราย

3. วินเชนโซ่ มอนเตลล่า – ฟูแล่ม

สิ่งที่เราจำได้เกี่ยวกับ มอนเตลล่า คือ การฉลองประตูด้วยการกางปีกเหมือนเครื่องบิน, ประตูที่เขาทำได้กับ โรม่า และ ทีมชาติอิตาลี, อาชีพผู้จัดการทีม, อื่น ๆ และอย่างสุดท้าย คือ ช่วงเวลาของเขาที่ ฟูแล่ม

อดีตดาวยิงเจ้าของฉายาเครื่องบินน้อย ย้ายมาร่วมทีมกระท่อมน้อยแห่งลอนดอนเมื่อปี 2007 ด้วยสัญญายืมตัว โดยเขาลงเล่นไป 10 นัดทำได้ 2 ประตู แต่เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น มอนเตลล่า ก็ย้ายกลับไปเล่นให้ ซามพ์โดเรีย ทีมในบ้านเกิด

2. บอร์ฆา บาเลโร่ – เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน

กองกลางทีมชาติสเปนที่ลงเล่นให้กับหลายสโมสรโดยเฉพาะใน ลา ลีกา สเปน และ กัลโช่ เซเรีย อา แต่ครั้งนึง บาเลโร่ เคยย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แบบยืมตัวกับ เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน ที่ขณะนั้น โทนี่ โมลเบย์ เป็นกุนซืออยู่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้า อิสมาเอล มิลเลอร์ และ โรมัน เบดนาร์ ทำประตูได้จากลูกจ่ายของเขา เขาก็อาจจะอยู่กับทีมได้นานขึ้น

1. โรแบร์โต้ มันชินี่ – เลสเตอร์ ซิตี้

แฟน ๆ เลสเตอร์ ซิตี้ น่าจะจำได้ดีว่าครั้งหนึ่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ อดีตผู้จัดการทีม แมนซิตี้ เคยมาค้าแข้งอยู่กับทีม แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก ๆ มันชินี่ ประเดิมสนามเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ด้วยวัย 36 ปี ในที่เกมที่ เลสเตอร์ พบกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเขาทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก ก่อนที่ในเดือนต่อมาเขาได้โทรมาแจ้งยกเลิกสัญญากับทีมสุนัขจิ้งจอกว่าจะไม่กลับมาที่อังกฤษอีกแล้ว และหันไปรับงานคุมทีม ฟิออเรนติน่า แทน

แมนยูเร่งมือหน่อย!2โคตรทีมร่วมวงล่าซานโช่

แมนฯ ยูไนเต็ด มีหวังเจองานหนักมากขึ้นในการคว้าตัว จาดอน ซานโช่ หลังสื่อเมืองเบียร์บอกมี 2 สโมสรยักษ์ใหญ่ เข้ามาร่วมแจมด้วยแล้ว

    บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด สองยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน กระโดดเข้ามาร่วมวงไล่ล่าลายเซ็นของ จาดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยแล้ว ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อเยอรมัน เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ "เสือเหลือง" โดยทำไปแล้ว 31 ประตู จากการลงสนาม 90 เกม จนเวลานี้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ และมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อในช่วงหลังว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมทุ่มเงินดึงมาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า และจะให้ใส่เบอร์ 7 ด้วย

    อย่างไรก็ตาม "ปีศาจแดง" คงต้องเจองานหนักมากขึ้น หลัง บิลด์ เผยว่า บาร์ซ่า และ เรอัล มาดริด อยากได้เช่นกัน โดย "เจ้าบุญทุ่ม" ถึงขนาดพร้อมแนบ อันซู ฟาติ แนวรุกดาวรุ่ง มาให้ ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวด้วย หลังมีข่าว "เสือเหลือง" เล็งนักเตะรายนี้อยู่เหมือนกัน

    ก่อนหน้านี้ ดอร์ทมุนด์ ต้องการได้ค่าตัว ซานโช่ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4 พันล้านบาท) อย่างไรก็ตาม จากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจทำให้ค่าตัวตกลงมาจากที่ตั้งไว้ก็เป็นได้

5เหตุผลเชลซีควรเดินหน้าดึงคูตินโญ่เสริมทัพ



เปิด 5 เหตุผลทำไม เชลซี ยังควรต้องเดินหน้าดึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาร่วมทีมให้ได้ แม้กูรูบอก "สิงห์บลูส์" อยากได้หัวหอกมากกว่าก็ตาม

กีเยม บาลาเก กูรูลูกหนังแห่งวงการฟุตบอลสเปน เพิ่งออกมาเปิดเผยว่า เชลซี ไม่มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียนของ บาร์เซโลน่า  มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยากได้กองหน้าคนใหม่มากกว่า

บาร์ซ่า ลงทุนซื้อ คูตินโญ่ วัย 27 ปี มาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 แต่ทำผลงานไม่ดี และในซีซั่นนี้โดนส่งไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมใช้งาน แต่เชื่อว่า "เสือใต้" ไม่ต้องการใช้เงื่อนไขซื้อขาด

แม้จะมีข่าว เชลซี อยากได้หัวหอกคนใหม่ แต่นี่คือ 5 เหตุผลทำไม "สิงห์บลูส์" ควรเดินหน้าดึง คูตินโญ่ มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ได้

1. ค่าตัวเหมาะสม
เชื่อว่า ในเวลานี้ค่าตัวของ คูตินโญ่ ลดลงมาอยู่ที่ราว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) แล้ว ทำให้เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แม้เวลานี้ทุกทีมต้องเจอพิษเศรษฐกิจเพราะโควิด-19 ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ค่าตัวนักเตะในตลาดพุ่งไปสูงเกินจริงอย่างมาก แต่หลังโควิด-19 ทำพิษ ทำให้น่าจะกลับมาอยู่ในความเป็นจริงมากขึ้น และระดับ 60 ล้านปอนด์เชื่อว่าไม่มีปัญหากับคนรวยระดับ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี

2. พิสูจน์ตัวเองใน พรีเมียร์ลีก มาแล้ว
นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ คูตี้ ที่จะกลับมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลังเคยฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับ "หงส์แดง" ระหว่างปี 2013-2018

เชื่อว่า เจ้าตัวก็มีความกระหายที่จะกลับมาค้าแข้งในเมืองผู้ดีอีกรอบเหมือนกัน และคงเข้ากับระบบการเล่นของ เชลซี ได้ไม่ยาก เพราะเป็นนักเตะที่มีความเร็ว และเทคนิคชั้นยอดอยู่แล้ว

3. อายุกำลังเหมาะ
คูตินโญ่ เพิ่งอายุแค่ 27  ปีเท่านั้น และด้วยวัยขนาดนี้กำลังจะเข้าสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้ง รวมทั้งยังสามารถเล่นไปได้อีกหลายปีด้วย

ในเวลานี้ เชลซี มีนักเตะดาวรุ่งมากมาย ทำให้ คูตินโญ่ สามารถเข้ามาช่วยประคองทีม หลัง "สิงห์บลูส์" ส่อแววต้องเสียแข้งตัวเก๋าอย่าง วิลเลี่ยน และ เปโดร โรดริเกซ ที่กำลังจะหมดสัญญา

4. ประสบการณ์เหลือเฟือ
ดาวเตะแซมบ้ามีประสบการณ์โชกโชนหลังผ่านการเล่นมาแล้วหลายลีกใหญ่ในยุโรปทั้ง ลา ลีกา สเปน, พรีเมียร์ลีก, กัลโช่ เซเรีย อา และ บุนเดสลีกา เยอรมัน

นอกจากนั้น คูตินโญ่ ยังผ่านการเล่นทั้งในเกมบอลถ้วยยุโรป และลงเล่นให้ทีมชาติบราซิล ไปแล้วถึง 61 นัด ตั้งแต่ประเดิมติดธงเมื่อปี 2010

5. ผลดีต่อธุรกิจ
คูตินโญ่ เป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ ดังนั้นถ้า เชลซี ดึงมาร่วมทีมจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของสโมสรทั้งชื่อเสียง และเรื่องชุดแข่งที่น่าจะขายดีอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น การดึงสตาร์เสริมทัพยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และตั้งใจของสโมสร ทำให้จะช่วยเรื่องดึงผู้เล่นดาวดังคนอื่นๆ ตามเข้ามาอีกในอนาคต