ผี,ปืนมีเฮ!เผยวิธีทีอาจตัดสินโควตาสิทธิ์ลุยถ้วยยุโรปซีซั่นหน้า

ยูฟ่า กำลังโดนกระตุ้นให้สั่งลีกต่างๆ ว่าต้องตัดสินโควตาเกมถ้วยยุโรปด้วยระบบค่าสัมประสิทธิ์ขององค์กรลูกหนังยุโรปหากซีซั่นนี้ไม่สามารถกลับมาเตะกันต่อได้ โดยถ้าเป็นใน พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ก็จะได้ผลดี เพราะมันจะทำให้พวกเขาได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งที่ตอนนี้ไม่ติดท็อปโฟร์ ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี
    สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) กำลังโดนเรียกร้องให้ออกคำสั่งกับสมาคมฟุตบอลต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของพวกเขาว่าให้ตัดสินโควตาการได้เล่นเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าด้วยการใช้ระบบค่าสัมประสิทธิ์ของ ยูฟ่า ถ้าหากซีซั่น 2019-20 ไม่สามารถเตะให้จบได้จริงๆ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของประเทศอังกฤษ

    ลีกฟุตบอลแทบทุกประเทศของทวีปยุโรปถูกสั่งพักการแข่งขันมาพักหนึ่งแล้ว หลังจากเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ลีกสูงสุดของบางประเทศก็ถึงขั้นพิจารณาเกี่ยวกับการที่จะไม่แข่งต่อให้จบแล้ว อย่างเช่นศึกเอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ และ จูปิแลร์ โปร ลีก เบลเยียม เป็นต้น

    ทั้งนี้ ยูฟ่า เพิ่งเรียกประชุมกับ 55 สมาคมฟุตบอลที่เป็นสมาชิกขององค์กร เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา และเป้าหมายแรกของพวกเขายังเป็นการหวังให้แต่ละลีกพยายามเตะกันให้จบอยู่ ซึ่งหลายลีกก็แสดงเจตนารมณ์ที่จะทำอย่างนั้น อย่างเช่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ก็พร้อมพิจารณาถึงกรณีที่มันจะไม่สามารถเล่นให้ครบซีซั่นได้เหมือนกัน

    สำหรับวิธีคิดค่าสัมประสิทธิ์ของ ยูฟ่า คือการพิจารณาผลงานในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปของแต่ละสโมสรตลอดช่วง 5 ฤดูกาลก่อนซีซั่นนั้นๆ โดยคะแนนจะคิดจากเกมที่ชนะและเสมอ โดยที่การผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มหรือรอบน็อกเอาต์ได้ก็จะมีคะแนนโบนัสให้อีก

    ถ้าหากสุดท้ายแล้วการตัดสินโควตาเล่นเกมถ้วยยุโรปในซีซั่นหน้าใช้ระบบค่าสัมประสิทธิ์ของ ยูฟ่า จริงๆ มันก็จะทำให้ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ได้สิทธิ์เล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล จากการที่ 4 ทีมดังกล่าวมีคะแนนค่าสัมประสิทธิ์ 112 คะแนน, 99 คะแนน, 92 แต้ม และ 91 คะแนน ตามลำดับ แม้ว่าตามตารางคะแนนในปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล จะไม่ได้อยู่ใน 4 อันดับแรกก็ตาม (แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 5 ส่วน อาร์เซน่อล อยู่ที่ 9)

    ทั้งนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี ที่เป็นอันดับ 3 กับ 4 ตามลำดับของตารางคะแนนในตอนนี้นั้น จะต้องไปเล่น ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แทน เพราะค่าสัมประสิทธิ์ของ "สุนัขจิ้งจอก" อยู่ที่ 7 ขณะที่ของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อยู่อันดับ 6 โดยทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตามระบบของ ยูฟ่า สูงเป็นอันดับ 5 คือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อย่างไรก็ตาม "ไก่เดือยทอง" จะได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ ไม่ประสบความสำเร็จในการอุทธรณ์โทษจาก ยูฟ่า ที่ตัดสิทธิ์ "เรือใบสีฟ้า" จากการเล่นเกมถ้วยยุโรปเป็นเวลา 2 ฤดูกาล

    สรุปค่าสัมประสิทธิ์ตามระบบของ ยูฟ่า ของทีมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปัจจุบัน
    1. แมนฯ ซิตี้ 112 คะแนน
    2. ลิเวอร์พูล 99 คะแนน
    3. แมนฯ ยูไนเต็ด 92 คะแนน
    4. อาร์เซน่อล 91 คะแนน
    5. สเปอร์ส 85 คะแนน
    6. เชลซี 83 คะแนน
    7. เลสเตอร์ 22 คะแนน
    8. วูล์ฟส์ 12 คะแนน
    9. เซาธ์แฮมป์ตัน 7 คะแนน
    10. เอฟเวอร์ตัน 3 คะแนน
    11. เบิร์นลี่ย์ 2 คะแนน
    12. เวสต์แฮม 1 คะแนน

แต้มเฉลี่ยต่อเกม! ยูฟ่าแนะวิธีหาโควตาทีมลุยบอลยุโรป

ยูฟ่าแนะนำให้แต่ละลีกใช้การคิดแต้มเฉลี่ยต่อเกมมาเลือกทีมลุยบอลยุโรป ในกรณีที่ลีกนั้นกลับมาแข่งต่อไม่ได้แล้ว

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เสนอแนวทางสำหรับการเลือกโควตาหาทีมไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลหน้า กรณีที่ลีกไหนไม่สามารถกลับมาแข่งขันในฤดูกาลนี้ต่อได้ ด้วยการแนะนำให้ใช้การนับค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกม

ยูฟ่าเพิ่งจะจัดการประชุมครั้งล่าสุดผ่านทางวิดีโอคอลในวันนี้ (23 เมษายน) โดยยังคงยืนยันว่าต้องการให้แต่ละลีกนั้นได้กลับมาแข่งขันต่อจนจนฤดูกาลนี้ แต่ก็เน้นย้ำว่าสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่หากมีลีกไหนไม่สามารถกลับมาแข่งขันต่อจนจนซีซั่นได้ ยูฟ่าก็หาทางออกด้วยการแนะนำให้ใช้วิธีคิดคะแนนเฉลี่ยต่อเกม นั่นคือการนำจำนวนคะแนนที่ได้มาหารกับจำนวนที่ลงเล่นไปแล้ว

Where Chelsea would finish if the Premier League decided to award Champions League qualification based on points per game.

1. Liverpool – 2.83
2. Man City – 2.04
3. Leicester – 1.83
4. Chelsea – 1.66
5. Man Utd – 1.55
6. Sheffield Utd – 1.54

ยกตัวอย่างเช่น ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่จำนวน 2.83 (มี 82 แต้ม จาก 29 เกม) ตามด้วยอันดับสอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีค่าเฉลี่ย 2.04 (มี 57 แต้ม จาก 28 นัด), อันดับสาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีค่าเฉลี่ย 1.83 (มี 53 แต้ม จาก 29 นัด) และอันดับสี่ เชลซี ที่มีค่าเฉลี่ย 1.66 (มี 48 แต้ม จาก 29 นัด)

หรือหากว่าในกรณีที่ แมนฯ ซิตี้ โดนแบนห้ามไปเล่นบอลยุโรป ทีมที่มีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมอยู่ในอันดับห้าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จะได้โควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าแทน (ปีศาจแดงมีคะแนนเฉลี่ยต่อเกม 1.55 ด้วยการเก็บไป 45 แต้ม จาก 29 นัด)

มีใครบ้าง ส่อง 10 แข้งค่าตัวแพงที่สุดรอบ 2 ปีที่ผ่านมา



มีใครบ้างมาดูกันเลย "เดอะ ซัน" สื่อดังแดนผู้ดี ได้ทำการรวบรวมข้อมูลของการย้ายทีม 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 24 เม.ย. ว่า "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลของการย้ายทีม 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยที่อันดับ 1 คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายจาก โมนาโก มาสู่ ปารีส แซงต์ แชร์แมง ด้วยค่าตัว 162 ล้านปอนด์

ทำเนียบ 10 แข้งแพงสุด
1.) คีเลียน เอ็มบัปเป : ปารีส แซงต์ แชร์แมง ค่าตัว 162 ล้านปอนด์

2.) เจา เฟลิกซ์ : แอตเลติโก มาดริด 112 ล้านปอนด์

3.) อองตวน กรีซมันน์ : บาร์เซโลนา 107.6 ล้านปอนด์

4.) คริสเตียโน โรนัลโด : ยูเวนตุส 99 ล้านปอนด์

5.) เอเดน อาซาร์ด : เรอัล มาดริด 88 ล้านปอนด์

6.) แฮร์รี แม็คไกวร์ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 85 ล้านปอนด์

7.) โรเมลู ลูกากู : อินเตอร์ มิลาน 73 ล้านปอนด์

8.) นิโคลัส เปเป : อาร์เซนอล 72 ล้านปอนด์

9.) ลูคัส เอร์น็องเดซ : บาเยิร์น มิวนิก 68 ล้านปอนด์

10.) แฟรงกี เดอ ยอง : 65.4 ล้านปอนด์

ตำนานโกลแมนยูติด2! “ฟร้องซ์ ฟุตบอล” จัดท็อป 10 ผู้รักษาประตูเจ๋งสุดตลอดกาล



เมื่อเร็วๆ นี้ "ฟร้องซ์ ฟุตบอล" (France Football) นิตยสารลูกหนังชื่อดังเมืองน้ำหอม ได้มีการจัด 10 อันดับผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ซึ่งบอกเลยว่า แต่ละคนเทพๆ ทั้งนั้น โดยมีอดีตนายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในลิสต์ 2 รายด้วยกัน แต่จะมีใครบ้างนั้น ไปดูกันเลย
 

 10. ปีเตอร์ ชิลตัน

ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดนายทวารที่วงการลูกหนังอังกฤษเคยมีมา โดย ชิลตัน ลงเล่นเกมฟุตบอลระดับอาชีพมากถึง 1,390 นัด (ปี 1966-1997) ซึ่งครองสถิติโลกอยู่ในขณะนี้ และนอกจากลงเฝ้าเสาให้ทีมชาติอังกฤษไปทั้งสิ้น 125 นัด เจ้าตัวยังเป็นขุนพลคนสำคัญของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ชุดคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัยติด (ซีซั่น 1978/79, 1979/80) อีกด้วย

 9. เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์

สุดยอดนายประตูชาวดัตช์คนนี้ ได้รับรางวัลผู้รักษาประตุยอดเยี่ยมของยุโรป 2 สมัย (1995 และ 2009) และประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ปี 1990-1999) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2005-2011) ที่ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสได้สัมผัสกับโทรฟี่แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
 
 8. อีเกร์ กาซียาส

ว่ากันว่านี่คือผู้รักษาประตูที่เจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนังสเปน โดย กาซียาส ครองตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติสเปนมาอย่างยาวนาน (ปี 2000-2016) และเป็นกัปตันทีม "กระทิงดุ" ชุดคว้าแชมป์ยูโร 2008 และ 2012 รวมถึงแชมป์โลกเมื่อปี 2010 นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย (ซีซั่น 1999/2000, 2001/02, 2013/14) กับ เรอัล มาดริด ด้วย ถือเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว

 7. เซปป์ ไมเออร์

 นี่คืออีกหนึ่งสุดยอดผู้รักษาประตูในยุค 60-70  โดย ไมเออร์ อยู่รับใช้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรเดียวตลอดอาชีพการเล่น (ปี 1962-1980) และคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ถึง 3 สมัย (ซีซั่น 1973/74, 1974/75, 1975/76) นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1974 กับทีมชาติเยอรมันตะวันตกด้วย

 6. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

นอกจากมีฝีมือการป้องกันประตูที่สุดยอดแล้ว ชไมเคิ่ล ยังถือเป็นอีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเดนมาร์ก ชุด "เทพนิยายเดนส์" ที่ผงาดคว้าแชมป์ ยูโร 1992 มาครองได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ และยังกอบโกยถ้วยแชมป์ได้อีกมากมายตอนเฝ้าเสาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็รวมถึงการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

 5. มานูเอล นอยเออร์

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หลายๆ คนยกให้ นอยเออร์ เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะเขาได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลก จากการจัดของสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอฟเอชเอส) ถึง 4 สมัย (ปี 2013, 2014, 2015 และ 2016) นอกจากนี้ยังช่วยทีมชาติเยอรมนีผงาดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2014 อีกด้วย ส่วนกับ บาเยิร์น มิวนิค นั้น เขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา 7 สมัย, เดเอฟเบ-โพคาล 4 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย เป็นต้น

 4. จานลุยจิ บุฟฟ่อน

แม้ล้มเหลวตลอดกับการเข้าชิงชนะเลิศในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า บุฟฟ่อน คือผู้รักษาประตูที่เจ๋งสุดตลอดกาลคนหนึ่ง หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดมาอย่างยาวนาน ทั้งการเล่นให้ทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส ซึ่งแน่นอนว่า จุดสูงสุดของเขาคือการคว้าแชมป์โลกกับทัพ "อัซซูร์รี่" เมื่อปี 2006 นอกจากนี้เขายังครองสถิติไม่เสียประตูยาวนานสุดในประวัติศาสตร์เกม เซเรีย อา ที่จำนวน 974 นาที อีกด้วย

 3. ดิโน่ ซอฟฟ์

จัดเป็นอีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล และประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งกับทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส คล้ายๆ กับ บุฟฟ่อน แต่ ซอฟฟ์ ครองสถิติเป็นผู้เล่นอายุมากสุดที่คว้าแชมป์โลก หลังจากที่เจ้าตัวเป็นกัปตันทีมพา อิตาลี คว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 1982 ด้วยวัย 40 ปี, 4 เดือน และ 13 วัน นอกจากนี้เจ้าตัวยังคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 6 สมัย ร่วมกับทัพ "ม้าลาย" ด้วย

 2 . กอร์ดอน แบงส์

 ฟีฟ่า ยกให้ แบงส์ เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 6 สมัยติด ช่วงระหว่างปี 1966-1971 แค่นี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากถึงความยอดเยี่ยมของ ตำนานนายประตูทีมชาติอังกฤษ ชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 โดยชอตเซฟลูกโขกของ เปเล่ ในเกม เวิลด์ คัพ 1970 นัดที่เจอกับ บราซิล นั้น ถือเป็นชอตที่หลายๆ คนยกให้เป็นหนึ่งในการเซฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
 
 1. เลฟ ยาชิน

ยาชิน ได้รับฉายาว่า "ไอ้แมงมุมดำ" (Black Spider) จากการที่ชอบสวมใส่ยูนิฟอร์มสีดำทั้งชุด โดยเขาเป็นผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ที่ได้รางวัล บัลลงดอร์ (เมื่อปี 1963) ซึ่งตลอดอาชีพการเล่นฟุตบอล (ปี 1950-1970) เขารับใช้แค่สองทีมเท่านั้น คือ ดินาโม มอสโก และทีมชาติสหภาพโซเวียต โดย ยาชิน ถือเป็นผู้พลิกโฉมหน้าให้กับผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่างแท้จริง เพราะนอกจากเหนียวหนึบสุดยอดในการป้องกันประตูแล้ว เขายังเป็นนายทวารที่สามารถสั่งการผู้เล่นกองหลังทีมตัวเอง และมีความกล้าหาญที่จะออกมาช่วยตัดบอลในจังหวะอันตรายด้วย

จากคำดูถูกสู่ตำนานไทยลีก! มาริโอ ย้อนความหลังถึง ตูเญซ



มาริโอ ย้อนความหลังถึง ตูเญซ จากวันแรกที่โดนดูถูกเรื่องรูปร่าง ก่อน 7 ปีต่อมา กลายเป็นแข้งระดับตำนานไทยลีก

มาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตกองกลาง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ย้อนความหลังถึง อันเดรส ตูเญซ อดีตแนวรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงวันที่ย้ายมาเล่นในศึกโตโยต้า ไทยลีก ครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2014 ที่โดนดูถูกเรื่องรูปร่าง แต่กลับกลายเป็นนักเตะระดับตำนานในอีก 7 ปีต่อมา

แข้งวัย 33 ปี เพิ่งแยกทางกับ ปราสาทสายฟ้า หลังค้าแข้งกับทีมมาอย่างยาวนานถึง 7 ปี โดยเคยพาต้นสังกัดกวาดแชมป์มากมาย และกลายเป็นตำนานของสโมสร ซึ่งทาง มาริโอ ยูรอฟสกี้ หนึ่งในนักเตะที่เคยค้าแข้งในไทยลีกมาอย่างโชกโชนตั้งแต่ฤดูกาล 2012-2019 ได้กล่าวถึงกองหลังทีมชาติเวเนซูเอลาผ่านอินสตาแกรมว่า

“ผมยังจำได้เมื่อตูเญซมาเล่นไทยลีกครั้งแรกมีบางคนบอกว่าเค้าอ้วนและไม่มีอะไรโดดเด่น หลังจากนั้น 7 ปี เค้ากลายมาเป็นตำนานของไทยลีก”

สำหรับ อันเดรส ตูเญซ ช่วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไปทั้งสิ้น 12 รายการ ประกอบด้วย โตโยต้า ไทยลีก 4 สมัย , ช้าง เอฟเอคัพ 1 สมัย , ถ้วยพระราชทาน ก. 2 สมัย , ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 1 สมัย , โตโยต้า ลีกคัพ 2 สมัย , แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนส์ชิพ 1 สมัย และ โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 1 สมัย พร้อมยิงไปถึง 54 ประตู รวมทุกรายการ ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 ของสโมสร

ทั้งนี้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เพิ่งเชิญ อันเดรส ตูเญซ ร่วมออกรายการทางอินสตาแกรม เพื่อพูดถึงชีวิตการค้าแข้งในเมืองไทย ตลอดจนจัดทีมยอดเยี่ยม และเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดที่เคยร่วมงานกันมา

สเต็ปสำคัญของอนาคต! ทำไม เอ็มบั๊ปเป้ ถึงควรเลือก ลิเวอร์พูล มากกว่า เรอัล มาดริด

กระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมามันแสดงให้เห็นว่าอนาคตหลังจบฤดูกาล 2018-19 ของ เอ็มบั๊ปเป้ มีอยู่ 3 แบบ นั่นคืออยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป, ย้ายไป เรอัล มาดริด และหอบข้าวของไปซบตัก ลิเวอร์พูล โดยที่ผ่านมาการไป มาดริด คือสิ่งที่ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด
    อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่ลดละในความพยายามที่จะดึง เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีมให้ได้ โดยไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ลงทุนติดต่อไปหาบิดาของ เอ็มบั๊ปเป้ เพื่อพยายามที่จะดึงดาวเตะชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพให้ได้เลย หลังจากที่มีรายงานว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล อาจจะต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ มาดริด ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่าทำไม แอนฟิลด์ ถึงควรเป็นสถานีต่อไปของ เอ็มบั๊ปเป้ มากกว่า ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
   
    – สภาพขุมกำลังที่ดีกว่า
    แน่นอน ถ้าเป็นช่วงไม่กี่ปีที่แล้วไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าแนวรุกของ มาดริด เต็มไปด้วยพวกที่สามารถสร้างจังหวะการเล่นที่น่าเหลือเชื่อออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โมดริช ที่พร้อมแทงบอลทะลุช่องไปถึงเพื่อนร่วมทีม แม้ว่ารูจะเล็กเท่ารูสอดด้ายของเข็มเย็บผ้า, โทนี่ โครส ที่พร้อมทำหน้าที่ทุกอย่าง, แกเร็ธ เบล ที่มีความเร็วอันน่าทึ่ง เป็นต้น

 


 

    อย่างไรก็ตาม มันก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าแนวรุกเหล่านั้นของ มาดริด ไม่โดดเด่นเหมือนเดิม แม้ว่า โมดริช จะยังพอประคองตัวให้อยู่ในระดับที่ไม่เลวร้ายเกินไปได้ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เป็นจอมปั้นเกมชั้นยอดจนถึงขั้นที่เคยได้รางวัล บัลลง ดอร์ แล้ว, เบล ก็ฟอร์มตกอย่างหนักและถึงขั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะต้องบอกลาทีมทุกวินาที ส่วน โครส ก็อายุ 30 ปีแล้ว จนทำให้สภาพความฟิตดร็อปลงนิดหน่อย นี่ยังไม่นับรวมถึง เอแด็น อาซาร์ ที่เจ็บหนักจนไม่รู้ว่าจะส่งผลกับผลงานในระยะยาวหรือไม่อีก

 


 

    ในทางกลับกัน ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีแนวรุกที่พร้อมจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งทุกเมื่อ ต่อให้ มาเน่ จะย้ายออกไปจริงๆ พวกเขาก็ยังมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เป็นความหวังของทีมได้อยู่บ่อยๆ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่เป็นกองหน้าจอมสร้างโอกาสให้เพื่อนๆ อีก ส่วน เคอร์ติส โจนส์ ปีกดาวรุ่งก็พอมีแววว่าจะฝากผีฝากไข้ได้หากยังพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้ามองถึงสภาพของขุมกำลังแนวรุกในปัจจุบันแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ดูดีกว่าอีกฝ่ายในระดับหนึ่ง

    – แนวโน้มความสำเร็จ
    แม้ว่า มาดริด จะมีดีกรีเป็นหนึ่งในทีมีท่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการลูกหนัง แต่ช่วง 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขาฟอร์มไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่ จนทำให้ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ ไปเพียงแค่รายการเดียว จริงอยู่ว่าแชมป์ที่ว่าคือแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2017-18 แต่นอกจากครั้งนั้นแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการไหนอีกเลยถ้าเทียบเฉพาะ 2 ซีซั่นที่ผ่านมา แถมในลีกก็ยังเป็นเพียงอันดับ 3 ทั้ง 2 ฤดูกาลด้วยซ้ำ

 


 

    ขณะที่ในฤดูกาลนี้ มาดริด ก็ยังเป็นรอง บาร์เซโลน่า ในด้านการลุ้นแชมป์ลีกอยู่ จากการที่ตามหลังอยู่ 2 คะแนน ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็อยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าอีก เพราะพวกเขาแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 คารัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว

 


 

    อีกฟากหนึ่ง ลิเวอร์พูล มีทิศทางที่ดูแล้วกำลังไปได้สวย ในฤดูกาล 2017-18 พวกเขาคือคู่ชิงชนะเลิศในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ มาดริด และถึงแม้ตอนนั้นจะอกหัก แต่ทีมของ คล็อปป์ ก็มาคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ในซีซั่นต่อมา แถมในฤดูกาลนี้ยังกำลังจะได้แชมป์ลีกด้วย หลังจากซีซั่นที่แล้วอกหักแบบน่าเจ็บใจจากการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียงแค่ 1 คะแนน ที่จริงมีหลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล กำลังเข้าสู่ยุคทองที่จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยซ้ำ ต่างกับ มาดริด ที่น่าจะต้องปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ จนทำให้ดูแล้วมีโอกาสสูงในระดับหนึ่งที่พวกเขาต้องรอความสำเร็จนานสักหน่อย

    – การทำงานกับกุนซือในระยะยาว
    ซีเนดีน ซีดาน คือไอดอลของ เอ็มบั๊ปเป้ หลายคนรู้ถึงเรื่องนี้ดี และมันก็ไม่แปลกอะไรที่ เอ็มบั๊ปเป้ จะชื่นชอบ ซีดาน เป็นอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายคือตำนานจอมทัพของชาติที่เคยพา ฝรั่งเศส ได้แชมป์ ฟุตบอลโลก 1998 มาแล้ว แถมยังเคยเล่นให้ มาดริด อันเป็นทีมโปรดของ เอ็มบั๊ปเป้ อีก ดังนั้นการได้ร่วมงานกับ ซีดาน จึงดูแล้วถือเป็นเรื่องในฝันของ เอ็มบั๊ปเป้


 

    อย่างไรก็ตาม อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เป็นประธานที่มีนิสัยเด็ดขาดมากคนหนึ่ง เขาพร้อมที่จะลงมือทำอดะไรก็ตามที่มองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีม ซึ่งที่ผ่านมามันก็มักจะมีข่าวอยู่บ่อยๆ ว่า เปเรซ อาจจะตัดสินใจปลด ซีดาน พ้นจากการเป็นกุนซือ เพราะผลงานของทีมในการกลับมาคุมทัพของ ซีดาน ไม่สวยหรูเหมือนอย่างในภาคแรก ต่อให้ เอ็มบั๊ปเป้ จะย้ายมาร่วมงานกับ ซีดาน ในซีซั่นหน้าจริงๆ แต่ ซีดาน ก็ยังเสี่ยงที่จะต้องตกงานอยู่ดี

 


 

    ทั้งนี้ เก้าอี้ของ คล็อปป์ ต่างกับของ ซีดาน อย่างชัดเจน กุนซือชาวเยอรมันได้รับการหนุนหลังจากบอร์ดบริหารอย่างเต็มที่จนตอนนี้แทบไม่มีวี่แวว่ากุนซือชาวเยอรมันจะโดนไล่ออกด้วยซ้ำ แถมเขาก็เพิ่งต่อสัญญาที่จะคุมทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 อีก ทำให้ถ้าเกิด เอ็มบั๊ปเป้ มาซบ ลิเวอร์พูล มันก็น่าจะรับประกันได้ว่าเขาจะได้เล่นตามแผนของ คล็อปป์ เป็นเวลานาน และอย่างที่รู้กันดีว่า คล็อปป์ ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรุก ซึ่งตรงกับสไตล์การเล่นของ เอ็มบั๊ปเป้ อยู่แล้ว

บุรีรัมย์แจง”ตูเญซ-แจ ยอง”ขอยกเลิกสัญญาเอง



ปราสาทสายฟ้า แจงชัดเจน เมื่อเผยว่า ตูเญซ และ จอง แจ ยอง เป็นฝ่ายที่เดินมาขอยกเลิกสัญญากับทีมเอง

กรุณา ชิดชอบ ผู้บริหาร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า อันเดรส ตูเญซ และ จอง แจ ยอง สองนักเตะต่างชาติ เป็นฝ่ายเดินเข้ามาขอยกเลิกสัญญากับสโมสรเอง

ปราสาทสายฟ้า ทำช็อคแฟนบอล 2 วันติด เมื่อยกเลิกสัญญากับ อันเดรส ตูเญซ และ จอง แจ ยอง ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใด ก่อนที่ล่าสุด กรุณา ชิดชอบ จะตอบคอมเมนต์ชี้แจงผ่านโซเชียล มีเดีย  เป็นที่เรียบร้อย

“เจ้าตัวค่อนข้างกังวล เพราะสัญญาหมดสิ้นปีนี้ (และตอนนี้ ทางสเปน จัดเครื่องบินสำหรับชาวสเปนที่ต้องการกลับบ้าน โดยจำกัดจำนวน คาดว่าตูเญซ จะกลับไปสเปนวันอาทิตย์หรือจันทร์นี้)"

"หากกลับช้ากว่านี้ แล้วไม่มีเครื่องบินพาณิชย์บิน จะยุ่งยากสำหรับชาวต่างชาติมาก ไหนจะลูกเมีย ข้าวของเครื่องใช้ และสำหรับนักเตะต่างชาติที่อยู่ในไทย ถ้าจะหมดสัญญาต้องรีบกลับ เพราะจะไม่ทันตลาดซื้อขายนักเตะ ในยุโรปค่ะ”

“ป.ล. ป้องกันการดราม่า ทั้ง จองแจยอง และ ตูเญซ เดินมาขอยกเลิกสัญญาเอง”

สำหรับ อันเดรส ตูเญซ กองหลังดีกรีทีมชาติเวเนซุเอลา ค้าแข้งกับทีมถึง 7 ปี โดยคว้าแชมป์ไป 12 รายการ และ ทำไป 54 ประตู รั้งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ  3 ของทีม ขณะที่ จอง แจ ยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ เพิ่งย้ายจาก โปฮัง สตีลเลอร์ มาอยู่ ปราสาทสายฟ้า ฤดูกาล 2020 

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่ได้ทั้งหมด ตามกฎของโตโยต้า ไทยลีก ก่อนกลับมาแข่งขันอีกครั้ง ช่วงเดือนกันยายน 2563

ตูน บอดี้สแลม เป็นใคร..อ๋อ จำได้แล้ว หมอนี่ฝีเท้าระดับทีมโรงเรียนดัง

"ตูน บอดี้สแลม" อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องร็อคสตาร์ชื่อดังของเมืองไทยผู้มากความสามารถและเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามช่วยเหลือสังคมตลอดเวลาโดยเฉพาะการวิ่งช่วยเหลือโรงพยาบาลในโครงการ "ก้าวคนละก้าว" จนได้ยอดบริจาคไปช่วยเหลือสังคมมากมายมหาศาลยังความตื้นตันใจในการเดินเครื่องโครงการนี้อย่างจริงจังและส่งมอบความยิ่งใหญ่ให้กับสังคม จนมีประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
    แต่ความสามารถที่หลากหลายของ  "ตูน บอดี้สแลม" ไม่ใช่แค่เรื่องที่เราพบเห็นเท่านั้นยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายทั้งเรื่องของกีฬา,การเรียน ,ดนตรี หรือแม้กระทั่งกิจกรรมที่ลงมือทำ

    สมัยเรียนชั้น ม.ต้น ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย "ตูน บอดี้สแลม" ตั้งใจจะเป็นตัวแทนนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนเพื่อลงแข่งขันรายการต่างๆในประเทศ ซึ่ง อ.ทนสิงห์  เสือมาพะเนา เล่าย้อนความหลังของเส้นทางฟุตบอลร็อคเกอร์ชื่อดังของเมืองไทยว่า

    "ภาพที่เห็น ตูนตอนนั้นเขาก็เป็นเด็กที่ร่างกายผอมเกร็ง แต่สิ่งพิเศษที่เราเห็นจากเขาคือเรื่องของความสามารถที่แสดงออกมาทักษะฟุตบอลของเขาไม่ได้เป็นรองใครในบรรดาเด็กๆที่มาคัดเลือก สิ่งที่มีมากกว่าฝีเท้าแววตาของเขาแสดงถึงความตั้งใจอยากไปให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ สุดท้ายการคัดเลือกจากเด็กในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี มากมาย "ตูน บอดี้สแลม" สมัยผมเตียนก็ก้าวมาเป็นหนึ่งในขุนพลนักเตะสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 12 ปี"

    "สมัยก่อนในรุ่นนี้ตอนที่ตูนลงเล่นทางสถานศึกษาไม่ได้มีโครงการช้างเผือกอะไรเปิดคัดเด็กๆในโรงเรียนที่สนใจมีเด็กจำนวนมากมาคัดพอคัดติดก็ส่งแข่งขันรายการกรมพละศึกษาปีนั้นผมจำได้ว่าเด็กๆในทีมเล่นกันได้ดีมาก ตูนเขาจะเล่นกองกลางได้ทั้งริมเส้นและกลางสนามเป็นคนที่มีทักษะการเล่นดี ความตั้งใจสูง ในทีมมีลูกชาย อ.สุรินทร์ เข็มเงิน และกองหน้าตัวเก่งจาก จ.ราชบุรี อีกหนึ่งคน พวกเขาประสานงานกันได้ดีกับเพื่อนๆในทีม จนทีมสวนกุหลาบฯจบด้วยการคว้าอันดับสาม พออายุ 14 ปี ตูนเขามุ่งหน้าสู่เรื่องของการเรียนเต็มที่จริงๆเขาเป็นคนเรียนเก่งความสามารถกีฬามีหลายด้านมากพื้นฐานกีฬาดีมากๆ"

    "เขาเป็นเด็กที่ทำอะไรแล้วจริงจังทำแล้วทำอย่างมีความสุข มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาอยากกลับมาหาครูแล้วบอกเพื่อนๆมาว่า ครูครับตูนอยากมาหาครู ตอนนั้นเราก็ถามเพื่อนๆของตูนไปว่าตูนคือคนไหน? ครูจำชื่อเล่นไม่ได้ แต่พอเดินไปเจอที่ห้องสมุดโรงเรียนก็ร้องอ๋อ! เพราะจำหน้าได้ดีตั้งแต่สมัยเป็นนักฟุตบอล ในช่วงสมัยก่อนเรียกแต่ชื่อจริงของตูนไม่ได้เรียกชื่อเล่น ดีใจที่ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในหลายๆเรื่องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนตูนมีวิธีการคิดที่ดีที่สำคัญตูนลงมือทำทุกอย่างแบบจริงจังให้ถึงเป้าหมาย"

ตามหานิวเชียเรอร์! 5 กองหน้าที่นิวคาสเซิ่ลโฉมใหม่ต้องคว้าตัว

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิ่ล กลายเป็นทีมที่มีข่าวฮอตฮิตกับนักเตะชื่อดังในยุโรปหลายคน เนื่องจากกลุ่มทุนซาอุฯเตรียมเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร ด้วยมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ ทำให้ตอนนี้ "สาลิกาดง" กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองของพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เจ้าของใหม่พร้อมที่จะลงทุนซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเพื่อยกระดับทีม โดยตำแหน่งหนึ่งที่เชื่อว่ามีเข้ามาแน่นอนคือ ศูนย์หน้า โดยในอดีตทีมเคยมีตำนานอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ ซึ่งซัดประตูสูงสุดตลอดกาลในลีก 260 ประตูมาแล้ว มาดูกันว่าทีมควรเล็งดาวยิงคนไหนเพื่อมาเป็นจอมถล่มตาข่ายคนใหม่
1.อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค (นาโปลี)

    หลังจากต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเข่าในช่วงสองฤดูกาลแรกกับนาโปลี มิลิค ก็โดนตั้งคำถามว่าเขายังมีความจำเป็นต่อทีมอยู่หรือไม่ ทว่าในซีซั่น 2018/19 เขาสามารถกลบเสียงวิจารณ์เหล่านั้นได้ด้วยการซัด 20 ประตูในทุกรายการ ช่วยให้ทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ คว้าอันดับสองใน เซเรีย อา

    แม้ว่าในฤดูกาลนี้ กองหน้าวัย 26 ปี จะเจอบาดเจ็บเล่นงานจนพลาดไป 7 นัดแต่เจ้าตัวก็ยังกดประตูไป 12 ลูกในทุกรายการ หากเขาฟิตเต็มถังเชื่อว่าจะเป็นศูนย์ที่น่ากลัวทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นผู้เล่น เซเรีย อา ที่มีค่าเฉลี่ยทำประตูจากลูกโหม่ง 1.10 ประตูต่อ 90 นาทีซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 4 ในบรรดากองหน้าของลีกอิตาลี แฟนนิวคาสเซิ่ลน่าจะชอบใจกันเพราะเขาเป็นอีกหนึ่งกองหน้าเจ้าเวหา

    มิลิค อาจจะไม่ได้เป็นตัวสร้างสรรค์เกม ฤดูกาลนี้ก็ยังแอสซิสต์ไม่ได้เลยสักครั้ง แต่ในเรื่องเพชรฆาตล่าตาข่ายเขาเป็นตัวท็อปของเซเรีย อา และ “สาลิกาดง” มีสิทธิ์จะคว้าตัวมาได้เพราะสัญญาของเขากำลังจะหมดลงในซัมเมอร์ปีหน้าแล้วด้วย

2.ติโม แวร์เนอร์ (ไลป์ซิก)

    ศูนย์หน้าชาวเยอรมันที่กำลังเป็นข่าวอย่างหนักกับหงส์แดงในตอนนี้ และคาดว่าตัวนักเตะจะย้ายออกจาก ไลป์ซิก เพื่อไปล่าความสำเร็จกับสโมสรยักษ์ใหญ่เป็นที่แน่นอนหลังจบฤดูกาล

    แวร์เนอร์ กำลังทำผลงานยอดเยี่ยมภายใต้การชี้แนะของกุนซืออย่าง ยูเลียน นาเกลส์มันน์ โดยเขาเป็นผู้เล่นบุนเดสลีกาที่มีค่าเฉลี่ยยิงประตู 0.88 ลูกต่อ 90 นาที เป็นรองเพียงแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และเออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ เท่านั้น ปัจจุบันเป็นรองดาวซัลโวที่ 21 ประตูตาม เลวานดอฟสกี้ อยู่ 4 ประตูเท่านั้น

    ค่าฉีกสัญญาของเขามีมูลค่าแค่ 52 ล้านปอนด์เท่านั้นแต่หาก “สาลิกาดง” คว้าตัวมาได้นั่นหมายความว่าเขาจะเป็นนักเตะค่าตัวสถิติสูงสุดของสโมสรทันที แวร์เนอร์ จะเป็นเป้าหมายเสริมทัพที่แสดงถึงความทะเยอทะยานของเจ้าของคนใหม่ด้วย

3.เควิน โฟลลันด์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

    ในอดีต นิวคาสเซิ่ล มีกองหน้าที่มาจากบุนเดสลีกาแล้วประสบความสำเร็จเช่น เดมบา บา หรือ ปาปิสส์ ซิสเซ่ แต่ก็มีแข้งที่ไม่สามารถปรับตัวได้เช่นกัน หากการคว้าตัว แวร์เนอร์ อาจจะดูยากเกินไปเมื่อต้องแข่งกับทีมใหญ่ ตัวเลือกอย่าง เควิน โฟลลันด์ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่น่าสนใจทีเดียว

    ดาวเตะวัย 27 ปีเพิ่งเจอข่าวร้ายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากเอ็นข้อฉีกทำให้ต้องพักยาวและคาดว่าจะพลาดเกมที่เหลือของซีซั่นนี้ แต่ปกติหากเจ้าตัวฟิตเต็มสูบเขาถือเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องคนหนึ่งเลยทีเดียวทั้งการทำประตูและการสร้างสรรค์เกมรุก

    ฤดูกาลที่แล้วเขาท็อปฟอร์มด้วยการซัด 15 ประตูและทำ 16 แอสซิสต์ในทุกรายการ ขณะที่ฤดูกาลนี้เขายิงไป 11 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ในทุกรายการ เอาเป็นว่า 3 ซีซั่นหลังสุด โฟลลันด์ การันตียิง 10 ประตูขึ้นไป และตอนนี้สัญญาของเขาจะหมดลงปี 2021 แล้ว หากยื่นไปในราคาที่น่าพอใจเชื่อว่า เลเวอร์คูเซ่น ก็พร้อมจะปล่อยตัวเพื่อไม่ให้เสียฟรีฤดูกาลหน้า

4.ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า)

    กองหน้าชาวโคลอมเบียถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่พา อตาลันต้า กลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองขอยุโรปในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด โดยในฤดูกาลที่แล้วเขาถล่มตาข่ายไปถึง 28 ประตูและทำ 8 แอสซิสต์ในทุกรายการ

    แม้ฤดูกาลนี้ ซาปาต้า จะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนพลาดเกมในลีกและใน ชปล. รวมกันถึง 14 นัด แต่เขาก็ยังซัด 12 ประตูและทำ 7 แอสซิสต์ และยังมีค่าเฉลี่ยยิงประตูในฤดูกาลนี้ 0.89 ต่อ 90 นาทีซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 4 ของกองหน้าทุกคนในเซเรีย อา

    แน่นอนว่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่กำลังจับตามดูฟอร์มของกองหน้าวัย 29 ปีรายนี้อยู่ซึ่งสำหรับ นิวคาสเซิ่ล ก็ถือว่าเสียเปรียบอยู่เหมือนกันแต่หากเจ้าของคนใหม่ต้องการสร้างทีมที่มีเกมรุกสนุก ซาปาต้า อาจจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ตามหาอยู่

5.ราอูล เด โตมัส (เอสปันญ่อล)

    หนึ่งเดียวจากลาลีกา สเปนส่งเข้าประกวด ราอูล เด โตมัส สร้างผลงานขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าที่น่าจับตามองในช่วงสองซีซั่นหลังสุด

    โตมัส เป็นเด็กปั้นจากอคาเดมี่ของ เรอัล มาดริด และถูกปล่อยให้ยืมตัวไปเก็บประสบการณ์ถึง 4 ฤดูกาลติดต่อกัน (2015-2019) ผ่านมาทั้งทีม คอร์โดบา, เรอัล บายาโดลิด และราโย บาเยกาโน่ (2 ฤดูกาล) ซึ่งทีมหลังสุดนี่แหละที่ช่วยปั้นให้เขากลายเป็นดาวยิงสุดฮอต โดยเขาซัดประตูถึง 24 ลูกช่วยพา ราโย บาเยกาโน่ เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ ลาลีกา ขณะที่ฤดูกาลถัดมาในลีกสูงสุดของสเปนก็สอยตาข่ายไป 14 ประตูอีกต่างหาก

    อย่างไรก็ตามเบนฟิก้ายอมจ่ายเงิน 20 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวเขามาเล่นในโปรตุเกสช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวเพิ่งลงสนามให้ทีมแค่ 17 นัดก็ถูกขายให้กับ เอสปันญ่อล 20 ล้านยูโรในช่วงมกราคมซึ่งถือเป็นค่าตัวสถิติสโมสร โตมัส ก็เดบิวต์ด้วยการยิงประตู 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการช่วยปลุกความหวังในการลุ้นหนีตกชั้น แต่ก็ต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานจนตอนนี้ทีมยังจมอยู่บ๊วยของตารางต่อไป

    หาก เอสปันญ่อล ตกชั้นพวกเขาคงจำเป็นต้องขาย โตมัส ซึ่งค่าฉีกสัญญาของเขาสูงถึง 60 ล้านปอนด์ แต่เชื่อว่าทีมพร้อมจะขายในราคาที่ถูกกว่านี้หากตกลงกันได้ และถ้า นิวคาสเซิ่ล ต้องการสร้างกองหน้าที่ราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพ ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้อาจเป็นคำตอบ

ของดีทั้งนั้น! 5แข้งส่วนเกิน เรอัล มาดริด ที่หลายสโมสรน่าสอยไปชุบชีวิตใหม่

เรอัล มาดริด ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่เต็มไปด้วยแข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อดังมากมาย ซึ่งแน่นอนมันทำให้การแย่งตำแหน่งภายในนั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งทำให้มีผู้เล่นชื่อดังมากมายกลายเป็นส่วนเกินของทีมไม่ว่าจะด้วยผลงาน และเรื่องนอกสนาม อย่างไรก็ตามบรรดาผู้เล่นสำรองเหล่านี้สถานะอาจเปลี่ยนไปทันทีหากย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นที่พร้อมจะให้โอกาส และอาจเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้อีกครั้ง ส่วนจะมีใครบ้างนั้นเรายกชื่อ 5 นักเตะที่อยู่ในข่ายมาฝากกัน
แกเร็ธ เบล

    ปีกวานรตกเป็นข่าวเชื่อมโยงในการย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว มาพักใหญ่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาที่เขาใกล้เคียงจะย้ายไปร่่วมทัพ เจียงซู ซู่หนิง สโมสรดังในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีน แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น

    ฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 30 ปี ก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้แม้จะได้รับโอกาสจาก ซีเนดีน ซีดาน ให้พิสูจน์ตัวเอง โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวทำได้เพียง 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 เกมในลา ลีกา เท่านั้น แถมยังถูกตั้งคำถามเรื่องความมุ่งมั่น และ ทัศนคติที่มีต่อทีมไม่ดีอีกด้วย

    โดยมีรายงานว่า มาดริด พร้อมปล่อย เบล ออกจากทีมแบบฟรีๆเช่นกันเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีทีมไหนที่ยอมให้ค่าเหนื่อยกับ เบล ตามที่เจ้าตัวต้องการ จากการที่ตอนนี้ดาวเตะชาวเวลส์ฟันค่าเหนื่อยกับ มาดริด อยู่ถึงสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์  ซึ่งการทำอย่างนี้ก็อาจจะช่วยทำให้ทีมอื่นๆ เอาเงินไปทุ่มเป็นค่าเหนื่อยของ เบล ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ฮาเมส โรดริเกซ

 

    หลังจากมิดฟิลด์ชาวโคลอมเบียกลับมาจากการยืมตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวก็แทบม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควรได้ลงเล่นเพียง 7 เกมในลา ลีกา เท่านั้น และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเขาจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ซีเนดีน ซีดาน แน่นอน

    ดาวเตะวัย 28 ปี มีแนวโน้มที่จะอำลาถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แบบถาวรหลังจบฤดูกาลนี้ โดยเชื่อกันว่า เอฟเวอร์ตัน, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ อาร์เซน่อล ต่างกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มาเรียโน่ ดิอาซ

    เรอัล มาดริด ใช้อ็อปชั่นซื้อกองหน้าทีมชาติโดมินิกันกลับมาจาก โอลิมปิก ลียง ด้วยค่าตัว 23 ล้านยูโร ตั้งแต่ ฤดูกาลที่แล้ว หลังย้ายไปโชว์ฟอร์มร้อนแรงในเมืองน้ำหอม

    อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 26 ปี ได้รับโอกาสลงเล่นเพียง 2 เกมเท่านั้นในลีก หลังจากการมาของ ลูก้า โยวิช ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นตัวเลือกสำรองเป็นอันดับ 3 เลยทีเดียวในตำแหน่งกองหน้า

ลูก้า โยวิช

    หัวหอกทีมชาติเซอร์เบีย ย้ายมาจาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวสูงถึง 60 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา แต่กลับเค้นฟอร์มเก่งไม่ออก และเพิ่งทำได้แค่ 2 ประตู จากการลงเล่นให้ "ราชันชุดขาว" รวมทุกรายการ 21 นัดในฤดูกาลนี้ ทั้งที่ฤดูกาลก่อนกับ แฟร้งค์เฟิร์ต กระทุ้งไปถึง 27 ประตู จาก 48 นัด จนเป็นแข้งเนื้อหอมสุดๆ

    มีรายงานว่าดาวเตะวัย 22 ปี ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ อาร์เซน่อล ที่พร้อมดึงตัวไปแทน ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ที่มีโอกาสที่จะย้ายออกไป หลังจากกองหน้าชาวกาบองยังไม่มีท่าทีที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่

ลูคัส บาสเกซ

    ปีกชาวสแปนิชเคยเป็นกำลังหลักให้ เรอัล มาดริด ในช่วงแรกที่ ซีเนดีน ซีดาน เข้ามากุมบังเหียน ช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามฟอร์มของดาวเตะวัย 28 ปี ดร็อปลงไปในระยะหลังจนทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นเพียง 14 นัดในลีกเท่านั้น

    บาสเกซ เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง และเปิดบออลจากด้านข้างได้ดี ซึ่งประสบการณ์ของเขาน่าจะย้ายไปเล่นกับสโมสรอื่นได้แบบสบายๆ