ไม่ใช่เรื่องเงิน!กูรูชี้2เหตุผลลิเวอร์พูล-เอ็มบั๊ปเป้ลงเอยกันไม่ได้



กูรูลูกหนังแดนน้ำหอม มองมี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ไม่มีทางลงเอยกัน แม้มีข่าว "หงส์แดง" พร้อมทุ่มดึงมาเสริมทัพหากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ก็ตาม

ไซริล โมแร็ง ผู้เชี่ยวชาญวงการฟุตบอลฝรั่งเศสของ ยูโรสปอร์ต เชื่อว่า มี 2 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะไม่ดึง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ โดยอย่างแรกคือ ยังไม่โตพอที่จะเข้ากับระบบการเล่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และอีกสาเหตุคือนักเตะอยากไปเล่นให้ เรอัล มาดริด มากกว่า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม "หงส์แดง" เล็งทุ่มเงิน 250 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ซื้อ เอ็มบั๊ปเป้ วัย 21 ปี หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ เรอัล มาดริด แถม ไนกี้ สปอนเซอร์ชุดแข่งยังพร้อมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของดาวเตะชาวฝรั่งเศส ให้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โมแร็ง แสดงความเห็นว่า "มันมี 2 เหตุผลสำคัญที่ ลิเวอร์พูล และ เอ็มบั๊ปเป้ ไม่สามารถมาร่วมงานกัน อย่างแรกคือ ปรัชญาการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับผมแล้ว เอ็มบั๊ปเป้ ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้ามาเล่นในระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง"

"เขาเป็นกองหน้าที่ยังเด็กกับเรื่องการเอาจริงเอาจังและความพยายามในการเล่นเกมรับ นอกจากนั้นผมยังไม่มั่นใจว่า เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากพอหรือยังที่จะเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ที่คุณต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ใช่หนึ่งใน 11 คน"

"เหตุผลที่สองคือความรู้สึกในเรื่องของ เอ็มบั๊ปเป้ ที่จะไป เรอัล มาดริด เขาเป็นแฟนบอลของสโมสร และ ซีเนดีน ซีดาน (กุนซือ เรอัล มาดริด) ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากกับการย้ายทีมแบบนี้ มันน่าสนใจกับการจินตนาการเรื่อง เอ็มบั๊ปเป้ ไป ลิเวอร์พูล แต่สำหรับผมแล้วไม่มีทางเลยที่จะเกิดขึ้น" โมแร็ง ทิ้งท้าย

ลิเวอร์พูลนับเงินรอ!นักการเมืองฝรั่งเศสชี้ค่าตัว “เอ็มบัปเป้” เหลือแค่ 40 ล้านยูโร

ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองดินแดนน้ำหอม คาดการณ์ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มีสิทธิ์ร่วมกราวรูดเหลือแค่ 35-40 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องจากวิกฤติไวรัสมรณะระบาด จนเศรษฐกิจตกสะเก็ดไปทั่วโลก ระบุในเวลานี้จะมีทีมไหนซื้อนักเตะด้วยค่าตัวตามราคาตลาดได้อีกละ
     ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองชาวฝรั่งเศส แสดงความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าแห่งอนาคต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเหลือเพียงแค่ 40 ล้านยูโร (ราว 1,400 ล้านบาท) เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก

     กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้ "เปแอสเช" โดยซัดรวมไปแล้ว 90 ประตูจากการเล่น 120 เกมในทุกรายการ ทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่รวมทั้ง เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีม

 


 

     ในปัจจุบันราคาตลาดของ เอ็มบัปเป้ ซึ่งได้รับการเชิดชูว่าเป็นนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่สุดในยุคนี้ มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านยูโร (ราว 7,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม โคห์น-เบนดิต มองว่าค่าตัวขนาดนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้ในยุคที่เศรษฐกิจพังพินาศจากการระบาดของโควิด-19

      โคห์น-เบนดิต ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภายุโรป กล่าวว่า "พรุ่งนี้ เอ็มบัปเป้ อาจมีค่าตัวแค่ 35-40 ล้านยูโร (ราว 1,225-1,400 ล้านบาท) ไม่ใช่ 200 ล้านยูโร มีทีมไหนจะซื้อเขาได้บ้างละ ? วิกฤติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการนำไปสู่ความไร้เหตุผลในวงการกีฬาอาชีพ มันก็เหมือนกับการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และทำให้ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่"

      "มันมีปัจจัยเรื่องกฎระเบียบต่างๆ  มันจะต้องมีแนวคิดที่ไปไกลกว่าการควบคุมเพดานค่าเหนื่อย การปฎิรูปจะไม่ใช่แค่ส่งผลกับค่าเหนื่อยนักเตะเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงเรื่องลิขสิทธิภาพลักษณ์ และค่าโฆษณาด้วย" โคห์น-เบนดิต ระบุ

บาร์เซโลน่าเอาไงดี? “เมสซี่” อยากให้ “คูตินโญ่” อยู่ต่อและปล่อยอีกคนแทน

บาร์เซโลน่า อาจจะต้องคิดหนักเลยทีเดียว เพราะล่าสุดมีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ แข้งทรงอิทธิพลของทีม อยากให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อยู่กับทีมต่อ พร้อมเลือกให้ปล่อยแข้งดังอีกรายแทน
    ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ได้มีการเรียกร้องต้นสังกัดให้เก็บตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ไว้กับทีมต่อ ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา

     ปัจจุบัน คูตินโญ่ กำลังเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว แต่เชื่อกันว่า "เสือใต้" ไม่มีกำลังเงินมากพอที่จะซื้อขาดหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้ "คูตี้" จำเป็นต้องกลับสู่รัง คัมป์ นู เมื่อหมดสัญญายืมตัว

    อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า แสดงท่าทีชัดเจนที่จะทำเงินจากการขาย คูตินโญ่ เพื่อเอาไปลงทุนซื้อ เนย์มาร์ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล กลับมาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึงการไล่ล่าตัว เลาตาโน่ มาร์ติเนซ หัวหอก อินเตอร์ มิลาน แต่ล่าสุด ดิ แอธเลติก ระบุว่า เมสซี่ และเพื่อนร่วมอีกหลายคน ต้องการให้ บาร์ซ่า เก็บ อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ไว้ใช้งานต่อ และเล็งเห็นว่า อุสมาน เดมเบเล่ ปีกเลือดน้ำหอม ที่เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอด สมควรเป็นนักเตะที่ถูกขายมากกว่า

    สำหรับฤดูกาลนี้ คูตินโญ่ ลงเล่นให้ บาเยิร์น ไปแล้วรวมทุกรายการ 32 นัด ทำได้ 9 ประตู ส่วน เดมเบเล่ เพิ่งลงเล่นให้ บาร์ซ่า แค่ 9 นัด ทำได้ 1 ประตู

อยากรวยไปจีนแล้ว! ‘แวร์รัตติ’ยันแข้งเปแอสเชไม่ได้ย้ายมาเพื่อเงิน

มิดฟิลด์ชาวอิตาลียืนยันว่าตนเองและเพื่อนร่วมทีมเปแอสเชไม่ได้ย้ายมาเพียงเพราะเรื่องเงิน
มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางตัวเก่งของ ปารีส แซง-แชร์กแมง ยืนยันว่าตัวเองและเพื่อนร่วมทีม ไม่ได้อยู่กับทีมเพียงเพราะเรื่องค่าเหนื่อยเท่านั้น

เปแอสเช ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ฐานะทางการเงินมั่งคั่งที่สุดในยุโรปและบรรดานักเตะล้วนได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล อย่างไรก็ตามห้องเครื่องชาวอิตาลียืนยันว่าทุกคนตัดสินใจมาเพราะแนวทางการทำทีมของสโมสร และถ้าคิดแต่เรื่องเงินคงย้ายไปเล่นที่จีนมากกว่า

"ในตอนแรกและแม้แต่ตอนนี้ มีนักเตะหลายคนบอกผมว่า คุยกับประธานสโมสรให้ที ฉันอยากย้ายไปเล่นที่นั่น (เปแอสเช)" แวร์รัตติ ให้สัมภาษณ์กับ โลเร่ บูล์โล

สเต็ปสำคัญของอนาคต! ทำไม เอ็มบั๊ปเป้ ถึงควรเลือก ลิเวอร์พูล มากกว่า เรอัล มาดริด

กระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมามันแสดงให้เห็นว่าอนาคตหลังจบฤดูกาล 2018-19 ของ เอ็มบั๊ปเป้ มีอยู่ 3 แบบ นั่นคืออยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป, ย้ายไป เรอัล มาดริด และหอบข้าวของไปซบตัก ลิเวอร์พูล โดยที่ผ่านมาการไป มาดริด คือสิ่งที่ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด
    อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่ลดละในความพยายามที่จะดึง เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีมให้ได้ โดยไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ลงทุนติดต่อไปหาบิดาของ เอ็มบั๊ปเป้ เพื่อพยายามที่จะดึงดาวเตะชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพให้ได้เลย หลังจากที่มีรายงานว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล อาจจะต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ มาดริด ซึ่งวันนี้เราจะมาลองวิเคราะห์กันว่าทำไม แอนฟิลด์ ถึงควรเป็นสถานีต่อไปของ เอ็มบั๊ปเป้ มากกว่า ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
   
    – สภาพขุมกำลังที่ดีกว่า
    แน่นอน ถ้าเป็นช่วงไม่กี่ปีที่แล้วไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าแนวรุกของ มาดริด เต็มไปด้วยพวกที่สามารถสร้างจังหวะการเล่นที่น่าเหลือเชื่อออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โมดริช ที่พร้อมแทงบอลทะลุช่องไปถึงเพื่อนร่วมทีม แม้ว่ารูจะเล็กเท่ารูสอดด้ายของเข็มเย็บผ้า, โทนี่ โครส ที่พร้อมทำหน้าที่ทุกอย่าง, แกเร็ธ เบล ที่มีความเร็วอันน่าทึ่ง เป็นต้น

 


 

    อย่างไรก็ตาม มันก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าแนวรุกเหล่านั้นของ มาดริด ไม่โดดเด่นเหมือนเดิม แม้ว่า โมดริช จะยังพอประคองตัวให้อยู่ในระดับที่ไม่เลวร้ายเกินไปได้ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เป็นจอมปั้นเกมชั้นยอดจนถึงขั้นที่เคยได้รางวัล บัลลง ดอร์ แล้ว, เบล ก็ฟอร์มตกอย่างหนักและถึงขั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะต้องบอกลาทีมทุกวินาที ส่วน โครส ก็อายุ 30 ปีแล้ว จนทำให้สภาพความฟิตดร็อปลงนิดหน่อย นี่ยังไม่นับรวมถึง เอแด็น อาซาร์ ที่เจ็บหนักจนไม่รู้ว่าจะส่งผลกับผลงานในระยะยาวหรือไม่อีก

 


 

    ในทางกลับกัน ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีแนวรุกที่พร้อมจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งทุกเมื่อ ต่อให้ มาเน่ จะย้ายออกไปจริงๆ พวกเขาก็ยังมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เป็นความหวังของทีมได้อยู่บ่อยๆ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่เป็นกองหน้าจอมสร้างโอกาสให้เพื่อนๆ อีก ส่วน เคอร์ติส โจนส์ ปีกดาวรุ่งก็พอมีแววว่าจะฝากผีฝากไข้ได้หากยังพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้ามองถึงสภาพของขุมกำลังแนวรุกในปัจจุบันแล้วล่ะก็ ลิเวอร์พูล ดูดีกว่าอีกฝ่ายในระดับหนึ่ง

    – แนวโน้มความสำเร็จ
    แม้ว่า มาดริด จะมีดีกรีเป็นหนึ่งในทีมีท่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการลูกหนัง แต่ช่วง 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้พวกเขาฟอร์มไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่ จนทำให้ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ ไปเพียงแค่รายการเดียว จริงอยู่ว่าแชมป์ที่ว่าคือแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2017-18 แต่นอกจากครั้งนั้นแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการไหนอีกเลยถ้าเทียบเฉพาะ 2 ซีซั่นที่ผ่านมา แถมในลีกก็ยังเป็นเพียงอันดับ 3 ทั้ง 2 ฤดูกาลด้วยซ้ำ

 


 

    ขณะที่ในฤดูกาลนี้ มาดริด ก็ยังเป็นรอง บาร์เซโลน่า ในด้านการลุ้นแชมป์ลีกอยู่ จากการที่ตามหลังอยู่ 2 คะแนน ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็อยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าอีก เพราะพวกเขาแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 คารัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว

 


 

    อีกฟากหนึ่ง ลิเวอร์พูล มีทิศทางที่ดูแล้วกำลังไปได้สวย ในฤดูกาล 2017-18 พวกเขาคือคู่ชิงชนะเลิศในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ มาดริด และถึงแม้ตอนนั้นจะอกหัก แต่ทีมของ คล็อปป์ ก็มาคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ในซีซั่นต่อมา แถมในฤดูกาลนี้ยังกำลังจะได้แชมป์ลีกด้วย หลังจากซีซั่นที่แล้วอกหักแบบน่าเจ็บใจจากการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียงแค่ 1 คะแนน ที่จริงมีหลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล กำลังเข้าสู่ยุคทองที่จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยซ้ำ ต่างกับ มาดริด ที่น่าจะต้องปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ จนทำให้ดูแล้วมีโอกาสสูงในระดับหนึ่งที่พวกเขาต้องรอความสำเร็จนานสักหน่อย

    – การทำงานกับกุนซือในระยะยาว
    ซีเนดีน ซีดาน คือไอดอลของ เอ็มบั๊ปเป้ หลายคนรู้ถึงเรื่องนี้ดี และมันก็ไม่แปลกอะไรที่ เอ็มบั๊ปเป้ จะชื่นชอบ ซีดาน เป็นอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายคือตำนานจอมทัพของชาติที่เคยพา ฝรั่งเศส ได้แชมป์ ฟุตบอลโลก 1998 มาแล้ว แถมยังเคยเล่นให้ มาดริด อันเป็นทีมโปรดของ เอ็มบั๊ปเป้ อีก ดังนั้นการได้ร่วมงานกับ ซีดาน จึงดูแล้วถือเป็นเรื่องในฝันของ เอ็มบั๊ปเป้


 

    อย่างไรก็ตาม อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เป็นประธานที่มีนิสัยเด็ดขาดมากคนหนึ่ง เขาพร้อมที่จะลงมือทำอดะไรก็ตามที่มองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีม ซึ่งที่ผ่านมามันก็มักจะมีข่าวอยู่บ่อยๆ ว่า เปเรซ อาจจะตัดสินใจปลด ซีดาน พ้นจากการเป็นกุนซือ เพราะผลงานของทีมในการกลับมาคุมทัพของ ซีดาน ไม่สวยหรูเหมือนอย่างในภาคแรก ต่อให้ เอ็มบั๊ปเป้ จะย้ายมาร่วมงานกับ ซีดาน ในซีซั่นหน้าจริงๆ แต่ ซีดาน ก็ยังเสี่ยงที่จะต้องตกงานอยู่ดี

 


 

    ทั้งนี้ เก้าอี้ของ คล็อปป์ ต่างกับของ ซีดาน อย่างชัดเจน กุนซือชาวเยอรมันได้รับการหนุนหลังจากบอร์ดบริหารอย่างเต็มที่จนตอนนี้แทบไม่มีวี่แวว่ากุนซือชาวเยอรมันจะโดนไล่ออกด้วยซ้ำ แถมเขาก็เพิ่งต่อสัญญาที่จะคุมทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 อีก ทำให้ถ้าเกิด เอ็มบั๊ปเป้ มาซบ ลิเวอร์พูล มันก็น่าจะรับประกันได้ว่าเขาจะได้เล่นตามแผนของ คล็อปป์ เป็นเวลานาน และอย่างที่รู้กันดีว่า คล็อปป์ ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรุก ซึ่งตรงกับสไตล์การเล่นของ เอ็มบั๊ปเป้ อยู่แล้ว

ถึงเวลาสาลิกาดงผงาด! “เดอะซัน” คาดการณ์11ตัวจริงนิวคาสเซิ่ลซีซั่นหน้า



"สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะกลายเป็นสโมสรที่มีอำนาจด้านการเงินทันที ถ้าหากได้กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ที่นำโดย มกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแทน ไมค์ แอชลี่ย์ ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้ก็ใกล้เคียงมากๆ แล้ว เพราะฉะนั้นเราอาจจะได้เห็น นิวคาสเซิ่ล พลิกโฉมกลายเป็นสโมสรระดับหัวแถว เหมือนกับที่ เชลซี ได้ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เข้ามาชุบชีวิตเมื่อปี 2003

ล่าสุด "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ถือโอกาสคาดการณ์ทีม 11 ตัวจริงของ "สาลิกาดง" ประจำฤดูกาล 2020/21 ในกรณีที่พวกเขาสามารถดึงนักเตะที่มีข่าวด้วย มาร่วมทัพได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในรายของ เอดินสัน คาวานี่, แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์ รวมถึงเด็กเก่าอย่าง โซโลมอน รอนดอน โดยจะมาในระบบการเล่น 4-4-2

– ผู้รักษาประตู : มาร์ติน ดูบราฟก้า
ตำแหน่งนายทวารไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เนื่องจาก ดูบราฟก้า ทำผลงานได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟมากสุดในศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ (117 ครั้ง)

– กองหลัง : ฆาเบียร์ มานกีโย่, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส
คู่เซนเตอร์แบ็กยังคงเป็นกัปตันทีม ลาสเซลล์ส กับ เฟร์นานเดซ เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ มานกีโย่ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายนั้น แดนนี่ โรส น่าจะถูกซื้อขาดมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจบซีซั่นนี้

– กองกลาง : แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง
แดนกลางแทบยกชุดเลยทีเดียว เหลือเพียงแค่ แซงต์-มักซิแม็ง ที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้น่าประทับใจเท่านั้น ส่วนอีกสามรายประกอบไปด้วย เบล, วิดาล และ แม็คกินน์ โดยเฉพาะในรายของ วิดาล นั้น ถือว่ามีโอกาสสูงมาก เพราะ บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อยตัวอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในรายของ แม็คกินน์ ที่มีข่าวว่า พวกเขาพร้อมทุ่มเงินซื้อจาก แอสตัน วิลล่า ในราคา 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท)

– กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่, ซาโลมอน รอนดอน
คาวานี่ ถูกมองว่าจะเป็นสตาร์รายแรกๆ ที่ถูกดึงเข้ามายังถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นทำให้ นิวคาสเซิ่ล สามารถดึงเจ้าตัวมาร่วมก๊วนได้แบบฟรีๆ พร้อมอัดฉีดค่าเหนื่อยแบบงามๆ ให้

ส่วนในรายของ รอนดอน (ปัจจุบันค้าแข้งที่จีนกับ ต้าเหลียน อี้ฟาง) เคยมาเล่นให้ "สาลิกาดง" แบบสัญญายืมตัวจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อฤดูกาล 2018/19 ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี (ลงเล่น 33 นัด, 12 ประตู) จนกลายเป็นที่รักของเหล่าสาวก "ทูน อาร์มี่" ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปกใจ หากเจ้าตัวได้กลับมาสวมยูนิฟอร์มสีขาว-ดำอีกครั้ง 

ระดับพระกาฬ! เอ็มบัปเป้เผยชื่อสามแข้งจุดประกายลูกหนัง



แนวรุกฟอร์มฮ็ฮตของเปแอสเช เผยชื่อ 3 ยอดนักเตะที่เป็นต้นแบบจุดประกายให้เขายกระดับการเล่นสู่นักเตะระดับท็อป

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุกตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เผยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์​ คือไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับการเล่นของเขา

กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่หลังหมดยุคของ โรนัลโด้-เมสซี ที่แข่งกันโกยความสำเร็จมายาวนานร่วม 15 ปี

โดย เอ็มบัปเป้ ที่กดไปแล้ว 90 ประตูจากการลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 111 นัด เผยชื่อสามแข้งไอดอลในวัยเด็กของเขาที่เป็นต้นแบบในการยกระดับการเล่นสู่ระดับท็อป

"ผมมีไอดอลหลายคนเลยล่ะ มี คริสเตียโน คนที่ผมรักมาก และในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามี คริสเตียโน และ เมสซี" เอ็มบับเป้ ตอบคำถามในช่วง Q&A กับ beIN Sports

"ผมมีโอกาสเล่นกับเนย์มาร์ ซึ่งผมเคารพเขามากตอนผมเป็นเด็กพวกเขาคือนักเตะที่ผมให้ความนับถืออย่างมาก"

"ตอนที่คุณมีโอกาสลงเล่นในระดับท็อป คุณต้องการแรงบัลดาลใจจากยอดนักเตะ  แต่ละคนมีสไตล์และความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง แต่พวกเขาก้าวไปถึงระดับท็อปได้ นั่นคือสิ่งที่จุดประกายให้กับทุกคน"

"ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่มันจะไม่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม และเราเองก็ต้องเดินในเส้นทางของเราในการก้าวไปสู่ระดับท็อป"

ทั้งนี้ เอ็มบัปเป้ หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมลีกเอิงฤดูกาลนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว หลังรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศห้ามจัดการแข่งขันกีฬานานจนถึงเดือนกันยายน

จริงดิ?คล็อปป์ลงทุนขนาดนี้เพื่อให้ลิเวอร์พูลได้เอ็มบั๊ปเป้

จริงหรือมั่ว? สื่อเมืองน้ำหอม เผยปฎิบัติการณ์ลับของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในภารกิจปาดหน้า เรอัล มาดริด ดึง คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ให้จงได้
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ลงทุนต่อโทรศัพท์สายตรงไปคุยกับคุณพ่อของ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อกล่อมให้ลูกชายย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ตามรายงานจาก เลอ10 สปอร์ต สื่อกีฬาของฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม "หงส์แดง" เล็งทุ่มเงิน 250 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ซื้อ เอ็มบั๊ปเป้ วัย 21 ปี หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน่ ให้กับ เรอัล มาดริด แถม ไนกี้ สปอนเซอร์ชุดแข่งยังพร้อมช่วยจ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของดาวเตะชาวฝรั่งเศส ให้ด้วย

    ล่าสุดสื่อเมืองน้ำหอมก็ช่วยกระพือข่าว ด้วยการบอกว่า กุนซือชาวเยอรมัน โทรศัพท์ไปหา วิลฟรีด เอ็มบั๊ปเป้ บิดาของหัวหอก เปแอสเช โดยหวังโน้มน้าวให้ลูกชายย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" มากกว่าไปเล่นให้ "ราชันชุดขาว" ที่มีข่าวอยากได้ตัวไปร่วมทีมเหมือนกัน

    ก่อนหน้านี้ไม่นาน เฌโรม โรเต็น อดีตปีกทีมชาติฝรั่งเศส เพิ่งออกมาเผยว่า เอ็มบั๊ปเป้ เกือบตกลงย้ายซบ เรอัล มาดริด ในช่วงก่อนไวรัสโควิด-19 จะระบาด

    "ผมรู้จากแหล่งข่าวของสโมสรว่า ดีลระหว่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กับ เรอัล มาดริด ใกล้จะลุล่วงแล้ว แต่ด้วยมีเรื่องเกิดขึ้นก่อน (ไวรัสระบาด) ผมจึงมั่นใจว่า การย้ายของ เอ็มบั๊ปเป้ ไป เรอัล มาดริด ต้องเลื่อนไปก่อน" โรเต็น เผย

 

ลีกเอิงตัดจบฤดูกาล, เปแอสเชซิวแชมป์



ลีกเอิงประกาศตัดจบฤดูกาลอย่างเป็นทางการ พร้อมมอบตำแหน่งแชมป์ให้เปแอสเช หลังรัฐบาลสั่งห้ามจัดอีเวนต์กีฬาจนถึงเดือนกันยายน

สหพันธ์ฟุตบอลลีกฝรั่งเศส (LFP) ตัดสินใจประกาศตัดจบศึกลีกเอิงและลีกเดอซ์ ฤดูกาล 2019-2020 อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสสั่งห้ามไม่ให้แข่งขันต่อ

รัฐบาลฝรั่งเศสเพิ่งจะมีคำสั่งล่าสุดเมื่อวันอังคาร เรื่องการห้ามจัดแข่งขันกีฬาทุกชนิดไปจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งทำให้เป็นไฟต์บังคับที่ฟุตบอลลีกของฝรั่งเศสจะต้องปิดฉากฤดูกาลนี้ไปโดยปริยาย

ล่าสุด LFP เลือกใช้วิธีตัดสินบทสรุปต่าง ๆ ของลีกเอิง ด้วยการใช้วิธีคิดคะแนนเฉลี่ยต่อเกม นั่นคือการนำจำนวนคะแนนที่ได้มาหารกับจำนวนที่ลงเล่นไปแล้ว ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมมากที่สุดจำนวน 2.52 คว้าแชมป์ไปครอง (มี 68 แต้ม จาก 27 นัด)

ส่วนทีมที่จะโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าทั้งหมด 3 ทีม นอกเหนือจากแชมป์อย่างเปแอสเชแล้ว ก็ได้แก่อีกสองทีมอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งจบอันดับ 2 ด้วยการมีแต้มเฉลี่ยมต่อเกมที่จำนวน 2.00 (มี 56 แต้ม จาก 28 นัด) ตามด้วยอันดับ 3 แรนส์ ซึ่งแต้มเฉลี่ยมต่อเกมที่จำนวน 1.79 (มี 50 แต้ม จาก 28 นัด)

ส่วนทีมที่จะต้องตกชั้นลงไปเล่นไปลีกเดอซ์นั่นคือสองทีมอย่าง อาเมียงส์ อันดับ 19 ที่มีแต้มเฉลี่ยต่อเกม 0.82 (มี 23 แต้ม จาก 28 นัด) และ ตูลูส อันดับ 20 สุดท้ายของตาราง ที่มีแต้มเฉลี่ยต่อเกม 0.46 (มี 13 แต้ม จาก 28 เกม) ขณะที่สองทีมจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาจากลีกเดอซ์ก็ ได้แก่ ลอริยองต์ ทีมแชมป์ รวมถึง ล็องส์ ทีมรองแชมป์

ขณะที่เกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น/ตกชั้นของทีมอันดับ 18 จากลีกเอิง กับทีมอันดับ 3 จากลีกเดอซ์ ในฤดูกาลนี้ก็ถูกยกเลิกไปด้วย ส่งผลให้ นีมส์ ทีมอันดับ 18 ของลีกเอิงที่มีแต้มเฉลี่ยต่อเกม 0.96 (มี 27 แต้ม จาก 28 นัด) รอดตกชั้นและยังได้เล่นในลีกเอิงต่อไปในฤดูกาลหน้า

ชวดลุยยุโรป! ‘ลียง’เตรียมฟ้องศาลหลังลีกเอิงตัดจบ



ลียง เตรียมดำเนินการทางกฏหมายหลังลีกเอิงตัดจบ ทำให้ชวดไปเล่นฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในรอบ 13 ปี

โอลิมปิค ลียง ทีมดังแห่งศึกลีกเอิง ประกาศเตรียมดำเนินการทางกฏหมายหลังสหพันธ์ฟุตบอลลีกฝรั่งเศส (LFP) ตัดสินใจประกาศตัดจบศึกลีกเอิงและลีกเดอซ์ ฤดูกาล 2019-2020

รัฐบาลฝรั่งเศสมีคำสั่งห้ามจัดแข่งขันกีฬาทุกชนิดไปจนถึงเดือนกันยายน ทำให้ LFP เลือกใช้วิธีตัดสินบทสรุปด้วยการใช้วิธีคิดคะแนนเฉลี่ยต่อเกม นั่นคือการนำจำนวนคะแนนที่ได้มาหารกับจำนวนที่ลงเล่นไปแล้ว ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่อเกมมากที่สุดจำนวน 2.52 คว้าแชมป์ไปครอง (มี 68 แต้ม จาก 27 นัด)

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ลียง ที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ต้องช่วยไปเล่นฟุตบอลยุโรปครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งสโมสรต้องเสียรายได้มหาศาลและควรมีการแข่งขันต่อให้จบ ตามคำแนะนำของยูฟ่า และเตรียมฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายด้วย

"จากคำตัดสินของลีกเอิง โอลิมปิค ลียง ขอใช้สิทธิในการอุทธรณ์และเรียกร้องค่าเสียหาย โดยเฉพาะการสูญเสียโอกาสและในแง่ของกฏหมายกีฬาอาชีพซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากความเสียหายมึมูลค่าหลายสิบล้านยูโร" ลียง แถลง

"โอลิมปิค ลียง ขอแสดงความยินดีกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สำหรับตำแหน่งแชมป์ลีกเอิง และ ลอริยงต์ สำหรับแชมป์ลีก 2 และหวังว่าทีมหญิงของเราจะได้รับการประกาศให้เป็นแมป์ในเร็วๆนี้"